“เรามีความรู้จากโลกสมัยมาก รู้ราคาตลาด แถมยังรู้เนื้อเรื่องในนิยายด้วย ไม่มีทางล้มเหลวแน่!”อันจิ่วเม่ยปลุกปลอบตัวเอง “แค่ต้องลงมือทำเท่านั้นเอง!”ความคิดนี้ทำให้อารมณ์เธอดีขึ้นทันตา ถึงขั้นฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี ลืมเรื่องของคุณย่าอันไปเสียสนิทซื่อหงออกไปธุระข้างนอก เหลือแต่อันจิ่วเม่ยที่อยู่บ้านตามลำพังกับคุณย่าอันเท่านั้นย่าอันแอบจับตาดูความเคลื่อนไหวรอบ ๆ บ้านอย่างกับนินจาพอได้ยินเสียงคนร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีดังมาจากลานบ้าน เธอก็ถอนหายใจโล่งอก “รอดตัวไปที จิ่วเม่ยคงอารมณ์ดีขึ้นแล้ว…”ตกเย็นหลี่เจียเฟิ่งกลับมาพร้อมของป่าเต็มตะกร้า ทั้งไก่ป่านกกระจอกและเห็ด ถูกร้อยเป็นพวงด้วยหญ้าที่ถักเป็นชือกอันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “นี่คุณใช้หนังสติ๊กยิงได้จริง ๆ เหรอเนี่ย?”หลี่เจียเฟิ่งยิ้มกริ่ม “ก็เธอบอกจะเอาเห็ดไปให้บ้านผู้นำหมู่บ้านฉันเลยหาเพิ่มมาให้” พูดจบ เขาก็ลงมือชำแหละสัตว์ป่าอย่างคล่องแคล่ว
อันจิ่วเม่ยมองด้วยความทึ่ง ‘โอ้โห เก่งจัง สมแล้วที่ได้ตำแหน่งใหญ่โตตั้งแต่อายุยังน้อย’ เธอคิดในใจ พลางรีบไปต้มน ้าร้อนมาช่วยถอนขนสัตว์ “เดี๋ยวฉันช่วยนะ!”ย่าอันนำเก้าอี้จิ๋วสองตัวมาให้หนุ่มสาวนั่ง อันจิ่วเม่ยแม้จะไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่อยากคุยด้วย ส่วนหลี่เจียเฟิ่งที่ปกติก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว เพียงแค่กล่าวขอบคุณสั้น ๆ แล้วก็เงียบกริบย่าอันแอบมองหลานสาวที่ก้มหน้านิ่งด้วยความรู้สึกขมขื่น ก่อนจะเด