ากของอันจิ่วเม่ยยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน ‘สงสัยลูกชายตัวดีคงผลาญเงินจนหมดตัวแล้วสินะ แม่เลี้ยงถึงได้รีบมาประจบเอาใจฉันแต่เช้าแบบนี้’“ไม่จำเป็น!” อันจิ่วเม่ยปฏิเสธทันควัน เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับซื่อหง ในเมื่อยัยนั่นยอมให้เงินลูกชายไปจนหมด ก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง จะมาขอความช่วยเหลือจากเธอทำไม?อันจิ่วเม่ยหันหลัง กำลังจะเดินหนี แต่เสียงแหลมสูงของซื่อหงก็ดังขึ้น “ย่าของเธอเป็นคนบอกให้ฉันมาบอก ฉันแค่มาบอกให้รู้เฉย ๆ”อันจิ่วเม่ยชะงักฝีเท้า หันขวับไปมองคุณย่าอันที่นั่งอาบแดดอยู่ข้างกำแพง ดวงตาของเธอฉายแววฉงน ‘ทำไมย่าถึงยอมตกลงล่ะ?’
นับตั้งแต่ที่ซื่อหงเอ่ยปากชวนอันจิ่วเม่ยไปกินข้าว คุณย่าอันก็ไม่กล้าสบตาหลานสาวอีกเลยความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจของเธอ ที่ตัดสินใจโดยพลการโดยไม่ถามความสมัครใจของอันจิ่วเม่ย ทั้งที่รู้ดีว่าทุกอย่างที่หลานสาวใช้จ่าย ล้วนมาจากน ้าพักน ้าแรงของเธอทั้งสิ้นคุณย่าอันไม่อยากให้ซื่อหงมาเอาเปรียบหลานสาว แต่คำขู่ที่ซื่อหงบุกเข้ามาหาเธอตั้งแต่เช้าตรู่ ยังคงดังก้องอยู่ในหูย่าอันจำใจพยักหน้า “จิ่วเม่ย พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันมากินข้าวด้วยกันเถอะนะ อย่าเรื่องมากเลย เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดีเอา” น ้าเสียงของย่าอันบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจคุณย่าอันไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหลานสาว เธอได้แต่เบือนหน้าหนีอันจิ่วเม่ยสังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของคุณย่า แต่เธอก็ไม่ได้ซักถามอะไร เพียงพยัก