วกเราไปก่อนนะ แกจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อย ทำงานให้จบ อย่าให้ใครมาหาช่องโหว่ได้นะไอ้หนู!”
หลี่เจียเฟิ่งนึกย้อนไปถึงคำพูดที่เคยได้ยินบ่อย ๆ ตอนออกไปทำภารกิจ แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะถูกใช้กับพ่อแม่ของเขาเอง“ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด” หลี่เจียเฟิ่งตอบรับอย่างมั่นใจหลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งส่งเหล่าเพื่อนทหารกลับ เขาก็เข้าไปในห้องเพื่อเก็บของ ขณะที่อันจิ่วเม่ยยืนเฝ้าคุณย่าอยู่ข้างนอกทันใดนั้นลี่เฟยก็เดินเข้ามาหาสองย่าหลาน พร้อมกับพูดจาเหน็บแหนบ “นังตัวแสบ เก่งมากเลยสินะ!”คุณย่าอันได้ยิน ก็เอ่ยอย่างตกใจ “พูดแบบนี้ได้ยังไง!”ส่วนอันจิ่วเม่ยกลับยิ้มกริ่มพูดกวน ๆ ตอกกลับไป “พี่สะใภ้ พี่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฉันหรอก อย่าดูถูกตัวเองสิ”“แก…” ลี่เฟยจ้องเขม็งด้วยสายตาเดือดดาล“พี่สะใภ้ใหญ่ ต่อไปผมไม่อยู่แล้ว อย่ามายุ่งกับจิ่วเม่ย ไม่งั้นผมไม่ปล่อยพี่ไว้แน่” หลี่เจียเฟิ่งที่เดินออกมาพอดี จึงพูดขึ้นแทรกด้วยน ้าเสียงเย็นชาพูดจบ เขาก็พยุงคุณย่าและอันจิ่วเม่ยออกจากบ้านตระกูลหลี่ไปทิ้งให้ลี่เฟยยืนอึ้งอยู่ที่เดิมลี่เฟยที่ยังยืนนิ่งดั่งรูปปั้น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น จ้องมองเงาหลังสามคนที่เพิ่งจากไป ในใจคำรามก้อง ‘คิดจะหนีพวกเขาน่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!’
ขณะเดียวกัน ที่บ้านของตระกูลกวน เสียงร ่าไห้ของเพ่ยอิงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะทำให้หลังคาบ้านถล่มทลายลงมาข่าวการแยกตัวของหลี่เจียเฟิ่งแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเหม