วเองเสียสละ แล้วลืมการเสียสละของคนอื่นไปเสียสนิท ถ้าคุณพ่อปฏิบัติต่อคนแตกต่างกันแบบนี้ คนอื่นอาจเข้าใจผิดคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณพ่อนะคะ”คำพูดของอันจิ่วเม่ย ทำให้ผู้คนรอบข้างนึกถึงความทรงจำเก่า ๆที่พวกเขาเห็นหลี่เจียเฟิ่งยังเด็ก ๆไม่นานก็มีเสียงหนึ่งจากกลุ่มชาวบ้านดังขึ้น “จริงด้วย! เฉินฟู่ครอบครัวนาย ปฏิบัติกับเจียเฟิ่งยังไงบ้างล่ะ? ฤดูหนาวก็ให้เด็กน้อยใส่เสื้อบาง ๆ แล้วไล่ขึ้นเขาไปเก็บฟืนล่าสัตว์ ตอนนั้นเขาอายุแค่สิบ
ขวบเองนะ! พวกคุณหลบอยู่ในบ้านผิงไฟอุ่น ๆ แต่กลับไล่เด็กคนเล็กสุดออกไปทำงาน ไม่รู้ว่าพวกคุณคิดยังไงกัน”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นจากทุกทิศทาง ทำให้สีหน้าของคนในตระกูลหลี่เปลี่ยนไปหลายตลบสุดท้ายแล้ว บรรดาคนในตระกูลหลี่ก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเฟยหมิงตบไหล่หลี่เจียเฟิ่ง พลางพูดด้วยรอยยิ้ม “เก่งมากนะไอ้หนู ไม่คิดว่านายจะผ่านอะไรมาเยอะขนาดนี้ แต่ตอนนี้ก็ถือว่าพ้นทุกข์แล้วล่ะ ภรรยานายเป็นคนดีมาก เธอออกมาปกป้องนายโดยไม่ลังเลเลย ต่อไปใช้ชีวิตกับเธอให้ดี ๆ ล่ะ รับรองว่าชีวิตจะดีขึ้นเรื่อย ๆ”หลี่เจียเฟิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เขาตอบกลับด้วยความจริงใจ“ผมรู้ครับ วันนี้ขอบคุณมากนะครับพี่เฟยหมิง” เขารู้ดีว่าต่อไปเมื่อเขาไม่อยู่บ้าน ก็ต้องพึ่งพวกเขาช่วยดูแลอันจิ่วเม่ยแทนเขา“ขอบคุณอะไรกัน พวกเราเป็นใครล่ะ!” เฟยหมิงตะโกนอย่างสนุกสนาน“เอาละ ไม่ต้องส่งแล้ว พ