าดระแวงราวกับเสือจ้องเหยื่อใจของเธอคิดเพียงว่า ‘ถ้ายัยนี่กล้าแตะต้องหลานสาวของข้าแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะฟาดให้หลังแอ่นเลยคอยดู!’หลังจากที่ชาวบ้านแยกย้ายกันไปแล้ว ซื่อหงก็จ้องอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาอาฆาต “นังเด็กนี่ กล้าดียังไงมาต่อกรกับฉัน! แกคิดว่า…”เพียะ!ยังไม่ทันที่ซื่อหงจะพูดจบประโยค ฝ่ามือของก็ประทับลงบนแก้มของเธออย่างจัง เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว ยิ่งกว่าตอนที่เธอตบอันตงหยางเสียอีกตอนนั้นมีคนเยอะอันจิ่วเม่ยเลยต้องยั้งมือไว้บ้าง แต่ตอนนี้เหลือแค่พวกเขา เธอจะไม่ปล่อยให้ซื่อหงลอยนวลไปง่าย ๆ “จำไว้ ซื่อหงอย่าหาเรื่องใส่ตัว ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับฉัน คราวหน้าฉันจะไม่ปราณีแบบนี้อีกแน่!”อันตงหยางเห็นท่าไม่ดี รีบพุ่งตัวเข้ามาหวังจะช่วยแม่ แต่อันจิ่วเม่ยกลับไวกว่า เธอเตะตัดขาเขาจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ย่าอันเห็นดังนั้นก็ยิ่งกำไม้เท้าแน่น ใจเต้นระทึก เธอพร้อมจะเป็นองครักษ์พิทักษ์หลานสาวสุดที่รักตลอดเวลาอันจิ่วเม่ยคว้าผมของซื่อหงไว้แน่น ก่อนจะตบหน้าเธออีกสองสามทีอย่างสาสม“ฉันพูดอะไรไปจำไม่ได้หรือไง? คิดว่าฉันไม่กล้าทำจริง? ฉันรู้เห็นเรื่องสกปรกของลูกชายคุณดี อย่ามาท้าทายความอดทนของฉัน! ถ้าฉันโมโหขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะแจ้งผู้นำท้องถิ่นให้รู้เรื่องนี้แน่!”“แก… แกพูดบ้าอะไร! นังเด็กปากเสีย….” ซื่อหงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นเพียะ!ฝ่ามือของฟาดลงบนใบหน้าของซื่อหงอย่างจัง เสียงดังเสีย