เพ่ยอิงเดินตามมาติด ๆ หวังจะจับผิดสามีของอันจิ่วเม่ย แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มในชุดทหารที่อันจิ่วเม่ยยืนคุยด้วยคือ หลี่เจียเฟิ่ง!‘เขากลับมาแล้วงั้นหรอ?’ ดวงตาคมกริบของเพ่ยอิงจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยความหลงใหลและแฝงไปด้วยความรู้สึกอื่น ๆ อีกมากมายอันจิ่วเม่ยกำลังจะขึ้นซ้อนท้ายจักรยานสายตาก็ดันไปเห็นว่าเบาะหลังมีข้าวสาร แป้ง น ้าตาล วางอยู่เต็มไปหมดสงสัยหลี่เจียเฟิ่งคงโดนที่บ้านใช้ให้มาซื้อของแน่ ๆเพ่ยอิงที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มในใจคิดว่า ‘หึ! เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ทั้งสองคนจะมาด้วยกัน’อันจิ่วเม่ยไม่สนใจเพ่ยอิงที่ยืนจ้องเธออยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เธอสนใจแต่ข้าวของบนเบาะ ก่อนจะพูดกับหลี่เจียเฟิ่งด้วยสีหน้าลำบากใจ “เบาะหลังนั่งไม่ได้แล้ว งั้นคุณกลับไปก่อนได้เถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเดิน…”อันจิ่วเม่ยที่ยังพูดไม่จบก็โดนมือหนา ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งสอดเข้าใต้รักแร้หญิงสาว ก่อนจะยกเธอขึ้นวางบนคานจักรยานด้านหน้าอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นลูกแมวตัวเล็ก ๆ
“จับให้ดี ไปกันเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ แขนแกร่งโอบรอบตัวเธอไว้หลวม ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง ปกป้องเธอจากการตกหล่นอันจิ่วเม่ย“…”เพ่ยอิงเบิกตาโพลงมองทั้งอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเธอเผลอตะโกนขึ้นมา “หยุดนะ!”หลี่เจียเฟิ่งไม่แม้แต่จะหันไปมองเพ่ยอิง เขาเพียงแต่ปั่นจักรยานเคลื่อนตัวออกไป อันจิ่วเม่ยที่เพิ่งได้สติก็รับรู้ถถึง