กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากร่างกายของหลี่เจียเฟิ่งที่ลอยแตะจมูก สร้างความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดการกระทำแปลก ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งทำให้อันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแต่ทว่าสีหน้าของหลี่เจียเฟิ่งยังคงเรียบเฉย ดวงตาจ้องตรงไปข้างหน้าราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ‘หรือว่าเขาไม่ได้คิดอะไร?แค่หาวิธีพาเธอกลับเฉย ๆ ‘อันจิ่วเม่ยขมวดคิ้ว แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยรีบละสายตากลับมาอย่างเขินอาย ก่อนจะค่อย ๆ โอบเอวของเขาไว้หลวม ๆ อย่างระมัดระวังเมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองจะไม่ตกลงไป อันจิ่วเม่ยก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย ปล่อยใจให้ลอยไปกับสายลมเย็น ๆ อันจิ่วเม่ยชำเลืองมองเพ่ยอิงที่ตัวเล็กลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในที่สุด
ไม่นานมุมปากหญิงสาวก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี……เพ่ยอิงมองตามรถจักรยานที่แล่นออกไปด้วยความหงุดหงิดอันจิ่วเม่ยนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆแถมอันจิ่วเม่ยยังกล้าหันมายิ้มเยาะเย้ยเธออีก! นี่มันหมายความว่ายังไง ท้าทายกันเหรอ?เพ่ยอิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห จนลืมเรื่องที่ตั้งใจจะไปสหกรณ์ในตอนแรกไปเสียสนิท แต่ตอนนี้เรื่องทื่สำคัญกว่านั้นคือต้องไปเปิดโปงความร้ายกาจของอันจั่วเม่ยให้ตระกูลหลี่รับรู้!“ฉันไม่ปล่อยให้คนบ้านตระกูลหลี่ถูกหลอกอีกต่อไปแน่! คอยดูเถอะ ฉันจะแฉเรื่องที่หล่อนแอบอ้างหลี่เจียเฟิ่งเป็นคนรักให้ทุกคนรู้”ฝ่ายอันจิ่วเม่ยที่เห็นท่าทางของเพ่ยอิงก็รีบหุบยิ้มทันที แสร้งทำเป็นหวากกลัว ก่อนจะซุกตัวอยู่ในอ้อ