มกอดของหลี่เจียเฟิ่งอย่างกับลูกแมวน้อยแต่หารู้ไม่ว่าการเสแสร้งทั้งหมดของหญิงสาวมันไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของหลี่เจียเฟิ่งไปได้ เขามองการแสดงละครฉากใหญ่ด้วยความบันเทิง ‘เด็กคนนี้ เปลี่ยนสีหน้าได้ไวเหมือนพลิกฝ่ามือจริงๆ ’
พอหลี่เจียเฟิ่งกลับมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านที่คุ้นเคยกับหนุ่มทหารถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเพราะนอกจากหลี่เจียเฟิ่งจะปรากฎตัวกะทันหันแล้วยังมีสาวสวยมาด้วยอีก“นั่น อันจิ่วเม่ยไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมากับเจ้าสามได้ล่ะ?” อาสองที่ญาติห่าง ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัยหลี่เจียเฟิ่งจอดรถจักรยานที่หน้าบ้านอาสองก่อนจะยิ้มกว้างและคำนับอาสอง“อาสองครับ นี่ภรรยาผมเอง เราเพิ่งจดทะเบียนกันที่สำนักงานเขต พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงที่บ้าน อย่าลืมมาดื่มฉลองด้วยกันนะครับ”อันจิ่วเม่ยไม่รอช้า รีบหยิบลูกอมในกระเป๋าแบ่งให้อาสองพร้อมกับฉีกยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะอาสอง นี่ลูกอมมงคลค่ะ”แม้ว่าชีวิตของอันจิ่วเม่ยจะลำบากแต่ความน่ารักสดใสของอันจิ่วเม่ยก็ทำให้อาสองถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหลานชายสุดแสบอย่างหลี่เจียเฟิ่งจะหาภรรยาสวยขนาดนี้ได้“โอ้โห เจ้าสามแกแต่งงานแล้วเหรอเนี่ย! ฉันนึกว่าหลานชายฉันจะขึ้นคานซะแล้ว อยู่แต่ในค่ายทหารไม่เห็นกลับบ้านเลย!” อาสองรับลูกอมพลางเอ่ยปากแซว“ดี ๆ ดีใจด้วยนะ แต่งงานแล้วก็ช่วยเหลือกัน หาเงินสร้างครอบครัว อนาคตต้องสดใสแน่ ๆ ” อาสองยังคงเอ่ยปากแซวต่อ
“ขอบคุณครับ อาสอง”หลี่เจ