นเงินให้ หรือการอาสาแบกข้าวสารแป้งให้ มันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวในหัวใจอย่างประหลาด‘เขาดีกับเราขนาดนี้ เราจะต้องดีกับเขาเหมือนกัน’ อันจิ่วเม่ยคิดในใจในขณะที่กำลังจะเดินตามหลี่เจียเฟิ่งออกไป จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งคว้าแขนเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหวานที่เรียกชื่อเธอ“จิ่วเม่ย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”อันจิ่วเม่ยหันไปตามเสียงเรียก พลันดวงตาคู่งามก็เย็นชาขึ้นมาทันที อันจิ่วเม่ยจ้องมองหญิงสาวที่คว้าข้อมือเธอ
หญิงสาวตรงหน้าคือ ‘เพ่ยอิง’ เป็นเพื่อนของอันจิ่วเม่ย เบื้องหลังรอยยิ้มและแววตาที่ใสซื่อนั้นกลับแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความริษยา“เพ่ยอิงมีอะไร?” อันจิ่วเม่ยถามเสียงเรียบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ร่องรอยของความยินดีที่ได้เจอเธอคำถามเรียบ ๆ นั้นกลับทำให้เพ่ยอิงชะงักไปชั่วขณะ นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เธอคุ้นเคย จิ่วเม่ยที่เธอรู้จักมักจะดีใจเสมอเมื่อได้เจอเธอแต่ตอนนี้…ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา“จิ่วเม่ย เธอใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย เมื่อกี้ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่” เพ่ยอิงปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม พยายามกลบเกลื่อนความประหลาดใจ“มาซื้อของ” อันจิ่วเม่ยตอบสั้น ๆ ความทรงจำของร่างเดิมและเนื้อเรื่องในนิยายที่เธออ่านผุดขึ้นมา ภาพความเจ้าเล่ห์เพทุบายของเพ่ยอิงฉายชัดในหัวแม้แต่เรื่องที่เธอถูกขายให้เป็นภรรยาตาแก่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้!“นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่สินะ? จะซื้ออะไรเหรอ? ทำไม