ซอลจีฮูร้องออกมาจนสุดเสียง
มันไม่ใช่ว่าเขาขอชื่อเสียงหรือความมั่งคั่งอะไรเลย ทั้งหมดที่เขาต้องการก็แค่ไม่ ให้เทพธิดาใส่คําว่า มานา ลงไปในชื่อคลาสเขาเท่านั้นเอง
แม้ว่าสายฟ้าจะยังคงกระหน่ําผ่าลงมา แต่เขาก็ยังคงใช้หมัดมานาต่อยกําแพงต่อไป
มันเป็นการดิ้นรนอย่างหมดหนทาง
ในที่สุดการต่อสู้ของพวกเขาก็หยุดลงในตอนที่ลูซูเรียที่หวาดกลัวได้เข้ามาแทรก
จนกระทั่งลูซูเรียได้สัญญาว่าจะเกลี้ยกล่อม’ลาให้เท่านั้นซอลจีฮูถึงได้ยอมหยุดต่อยกําแพงและไปจากวิหาร
ในเวลาเดียวกันงานฉลองครั้งใหญ่ก็ถูกจัดตั้งขึ้นอยู่ที่วัลฮาลาอย่างผิดเวลา สมาชิกที่กลับมาจากวิหารต่างก็พูดคุยหัวเราะกันอยู่อย่างสนุกสนาน
ทุกคนต่างก็กําลังโม้เรื่องคลาสใหม่ของตนเอง แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นซอลจีฮูดินเข้ามาในห้อง รอยยิ้มของพวกเขาก็เปลี่ยนกลายเป็นความสับสนเข้ามาแทน
ในการประชุมตอนเช้าซอลจีฮูยังดูสงบนิ่งอารมณ์ดี แต่แล้วตอนนี้หลังจากไปวิหารจู่ๆเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
สภาพของเขาในตอนนี้ดูมอมแมมจนเหมือนกับขอทานได้เลย
“นะ นี่… ทําไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ ไปถูกฟ้าผ่ามางั้นเหรอ”
โชฮงได้พึมพําอย่างประหลาดใจ แม้ว่าเธอจะไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องนี้ แต่เธอกลับพูดได้ตรงจุดมาก
“ฉันเพิ่งไปต่อสู้มา”
“ต่อสู้ กับใครกัน ใครมันโงถึงขนาดเลือกมาสู้กับนายที่อีวา”
“กับคู่ลา”
“อะไรนะ”
“ช่างเถอะ ฉันมีเรื่องสงสัยอยู่ แต่… อ๊า บางทีฉันคงจะใช้โอกาสนี้ในการเป