วยชีวิตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การช่วยเหลือลูกศิษย์ฉันของสหายน้อยเป็นเรื่องจับต้องได้และเป็นจริง” กานซินลูบเคราที่คาง เขามองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างเป็นมิตรและพูดว่า “คนในนิกายชั้นในให้ความสำคัญต่อการมีวาสนาร่วมกัน สหายน้อยต้องการให้ลูกศิษย์ของฉันช่วยอะไรหรือเปล่า?”
สายตาเฝ่ยไป๋ลู่ซึ่งมองตรงไปยังกานซินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
กานซินยิ้มอย่างอ่อนโยน เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกอยู่ตลอดว่าเขามองเห็นบางอย่าง แต่เมื่อมองอย่างละเอียดยิ่งขึ้นก็รู้สึกว่าเป็นภาพลวงตาของตัวเอง
เธอเสียเวลาไปมาก และต้องการความช่วยเหลือจากกานว่างจริง ๆ เฝ่ยไป๋ลู่เองจึงไม่เกรงใจ และพูดตรง ๆว่า “ฉันต้องการเข้าร่วมงานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าที่จะมีในอีกครึ่งเดือนหลังจากนี้”
“หา?” เจียงชิงกลั้นหายใจรอฟังคำขอของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างกล้าหาญ ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับขอคำขอที่ไม่เหมือนคำขอ สมองเจียงชิงจึงมึนงงในทันที เขาพึมพำว่า “เธออยากเข้าร่วมก็เข้าร่วมสิ พวกเราไม่ได้ห้ามเธอเข้าร่วม…”
แล้วความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวของเขา เขาลองถามหยั่งเชิงดู “หรือว่าเธอต้องการให้ศิษย์พี่หลีกทางให้เธอ ให้เธอคว้าแชมป์?”
เธอจะอยากคว้าแชมป์ไปทำอะไร? มุมปากเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเธออยากเป็นแชมป์ จำเป็นต้องมีคนหลีกทางงั้นเหรอ?
เมื่อเห็นกานว่างงุนงง เฝ่ยไป๋ลู่ก็ทำให้คำขอของเธอตรงไปตรงมาขึ้น โดยพูดให้ชัดเจนว่า “ฉันไม่มีบัตรเชิญและก็ไม่อยากเข้าร่วมสำนักหรือนิกายใด ๆ