“มนุษย์ คิดจริง ๆ สินะว่าข้าฆ่าเจ้ามิได้ เช่นนั้นก็สู้ให้รู้เลยว่าใครจะตายก่อน!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกัดไม่ปล่อย วิญญาณร้ายก็หยุดหนี เข้าต่อสู้กับเจียงผิงอันอีกครั้ง
ทั้งสองออกหมัดปะทะกาย แต่ละการประชันรุนแรงดุจดวงดาวพุ่งกระแทก เรืองรัศมีเจิดจ้า ชัดเจนเหลือแสนในจักรวาลอันมืดสลัวนี้
วิญญาณร้ายแรงฤทธิ์ชวนสะพรึง อาศัยร่างสิงสู่ซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี เมินการโจมตีส่วนใหญ่ของเจียงผิงอัน แต่รุกไล่เล่นงานเจียงผิงอันจนกระอักเลือดบ่อยครั้ง
แม้วิญญาณร้ายตนนี้จะแผลงฤทธิ์เซียนปฐพีมิได้ แต่พลังของมันก็ใกล้เคียงเซียนปฐพียิ่ง
“กำแหงอีกสิ! เป็นแค่ปุถุชนยังกล้าดีกับข้า!” วิญญาณร้ายยิ้มเย้ย
เจียงผิงอันตระหนักแล้วว่าระดับกายเนื้อของตนไม่สูง หากสู้เช่นนี้ต่อไปก็อาจทำร้ายรากฐาน ต้องพัฒนาร่างเนื้อของตัวเอง
เขายกนิ้วร่ายระบำกลางอากาศ อักขระสีทองลึกลับเรืองรองบนสุญตา แต่ละตัวโชติช่วงเช่นตะวัน เจิดจรัสเหนือใดในจักรวาลอันมืดมิด
คลื่นพลังรุนแรงจากอักขระเหล่านี้ทำให้วิญญาณร้ายสะดุ้ง
“นี่มันพลังอะไร? ไฉนจึงมีคลื่นพลังรุนแรงเช่นนี้?”
วิญญาณร้ายโจมตีอย่างบ้าระห ่า ตั้งใจขวางเจียงผิงอันมิให้ใช้วรยุทธ์นี้สำเร็จ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร มันก็สังหรณ์ร้ายตั้งแต่เริ่ม
เจียงผิงอันใช้กำไลทลายมิติ วาดอักขระพลางเร่งอำนาจมิติเข้าสกัดขวาง
เมื่อเวลาผ่านไป ร่างของเจียงผิงอันก็โชกเลือดราวมนุษย์ปั้นจากแอ่งโลหิต กระดูก