ขาวปรากฏชัดเจน แขนขวาหายไปครึ่งหนึ่ง สภาพน่าเวทนาอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเจียนเกินทน วิญญาณร้ายก็ยิ่งกระหน ่าโจมตีโดยไม่สนปราณที่สูญเสีย คิดจัดการอีกฝ่ายในรวดเดียว
วิ้ง!
ขณะนั้น เจียงผิงอันก็เขียนอักขระตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น อักขระอันสมบูรณ์จากการประกอบจารึกลึกลับทั้งหลายนี้ดูเหมือนดาวหกแฉกแสงทองสุกสกาวคล้ายทะยานไกลทั่วจักรวาล
อำนาจทรงพลังผลักวิญญาณร้ายกระเด็นไปทันที
อักขระที่เจียงผิงอันวาดก็คือ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ วรยุทธ์เซียนประหลาดที่อวิ๋นเหยาตั้งชื่อใหม่เช่นนี้ นอกจากเสริมพลังอาวุธแล้ว มันยังเสริมพลังโอสถ สมุนไพรเซียน กระทั่งสิ่งมีชีวิตก็ได้ ผิดมนุษย์ยิ่งนัก
อวิ๋นเหยากล่าวกระทั่งว่า เมื่อเรียนวิชานี้ ก็มีโอกาสประชันทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
เจียงผิงอันยืนบนยอดดาวหกแฉก อำนาจลึกลับแทรกซึมสู่กายบาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวบนร่างฟื้นสภาพด้วยความเร็วสูงจนเห็นได้ด้วยตาเนื้อ
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือรากเซียนและรากฐานของเขา
รากเซียนในแต่ละร่างของเจียงผิงอันมีสิบแปดดารา สะท้อนรับกับกฎฟ้าดิน สื่อถึงพรสวรรค์
ผู้ฝึกตนทั่วไปมีดวงดาวสูงสุดได้เก้าดวง เขาใช้วิธีการพิเศษสร้างขึ้นได้สิบแปด
ยามนี้สามร่างผสานกัน จำนวนดาวในร่างเขาสูงถึงห้าสิบสี่
และเมื่อแสงจากดาวหกแฉกชโลมร่าง ดวงดาวรายล้อมรากเซียนก็เพิ่มจำนวนเร็วจี๋เป็นสองเท่า กลับกลายเป็นร้อยแปดดวง!
ร่างมหึมาของเจียงผิงอันเรืองรัศมีดุจหนึ่งดารา