“ผู้อาวุโสอวิ๋นเหยา ท่านไปจากข้าเถอะ”
เจียงผิงอันยืนบนดาดฟ้าเรือศึก มองตนเข้าใกล้ขอบจุลภพเทพโบราณมากขึ้นทุกขณะพลางกล่าวกับอวิ๋นเหยาในตัวเขา
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะไปเวิ้งจักรวาลจริง ๆ? หากเจ้าเหยียบสู่เวิ้งจักรวาล เจ้าก็อาจต้องใช้ชีวิตที่เหลือของเจ้าที่นั่น เจ้ายังมีเวลาเหลืออีกสองสามร้อยปี ยังกลับบ้านได้นะ หากพลาดมันไป เจ้าจะไม่เหลือโอกาสพบหน้าญาติมิตรอีกแล้ว อย่าทิ้งชีวิตเพราะผู้หญิงคนเดียวเลย ไม่คุ้มค่าหรอก”
อวิ๋นเหยาปริปากเกลี้ยกล่อม
“ในสายตาผู้อาวุโส ยังต้องชั่งใจอีกหรือว่าการช่วยเหลือคนที่รักคุ้มค่าหรือไม่?” สีหน้าของเจียงผิงอันหนักแน่น ไร้เค้าลางโลเล “ผู้อาวุโส โปรดไปเถิด”
ไม่ว่าผู้ใดที่เขารัก เขาก็พร้อมสละชีวิตช่วยเหลือ
“เหอะ ๆ เจ้าโง่” อวิ๋นเหยาแค่นเสียงเย้ย “เซียนผู้นี้อยู่ว่าง ๆ ยามนี้ ไปเที่ยวเล่นที่เวิ้งจักรวาลหน่อยก็ได้ ไว้ยามเจ้าตาย ข้าก็จะกลับมาเองแหละ”
เห็นสตรีผู้นี้ไม่ยอมไป เจียงผิงอันก็เลิกมากความ นำพู่กันพิพากษาออกมาจ่ายปราณเข้าไป
เขียนอักษรบรรทัดหนึ่งบนสุญตาว่า: ทำให้ข้าพบศิษย์พี่หญิงเหมียวเสียที
แสงทองเฉิดฉันหลากออกจากในพู่กันพิพากษา กฎผลกรรมแผลงฤทธิ์ เพียงพริบตา พลังในตัวเจียงผิงอันก็หายสิ้น
เขาเพิ่งกลืนกินเซียนไปสองสามคน ปราณในกายมหาศาลสุดขั้ว แต่แค่ใช้ศาสตราเซียนชิ้นนี้เพียงหน เขาก็มิเหลือพลังอย่างน่าตกใจ
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์ทั่วไปยังมิอาจใช้ศาสตราเซี