้ายังต้องให้ข้าพูดชัดกว่านี้อีกหรือ? ด้วยการฝึกฝนของเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโส บทสนทนาของเราย่อมชัดเจนแก่พวกเขา หากปรารถนาจะให้โอสถเซียนกับเจ้าพวกเขาก็ให้เจ้ากันง่าย ๆ มิต้องรอคอยอะไรแล้ว แต่เหตุใดพวกเจ้าสำนักจึงยังไม่ออกมา? เพราะโอสถเซียนที่ใช้ฟื้นรากฐานมันแพงเกินกว่าจะให้เจ้ายังไงล่ะ”
ใบหน้าของฉางหงพลันซีดขาว “ข้าเป็นอัจฉริยะของสำนัก ศิษย์ที่แข็งแกร่งสูงสุดในรุ่นนี้ แม้โอสถเซียนจะราคาแพง แต่หากข้าได้บรรลุเซียน ก็ย่อมคุ้มราคาโอสถนี้นะ!”
ทวารบาลตอบเสียงเรียบ “ไม่จำเป็นเลย โอสถนี้มีผลต่อผู้อาวุโสทั้งหลายมากกว่า มันช่วยฟื้นบาดแผลให้ผู้อาวุโสทั้งหลายได้ หากเป็นยามทั่วไป พวกเขาก็อาจเจียดให้เจ้าสักเม็ด แต่ยามนี้มีสงครามผู้อาวุโสก็บาดเจ็บ โอสถนี้ล ้าค่าและจำเป็น ไม่เอามาเปลืองเปล่ากับเจ้าแน่ ๆ”
“นอกจากนั้น มูลค่าโอสถนี้ยังสูงลิบ หากตีราคาเป็นผลึกเซียนก็เลี้ยงดูเซียนมนุษย์ได้หลายนาม แม้เจ้าจะเป็นอัจฉริยะ แต่เจ้าก็ยังมิใช่เซียนอยู่ดี อีกสองสามปีหรือหลักสิบปีก็จะมีผู้แข็งแกร่งกว่าเจ้าปรากฏตัว”
“อย่าเสียเวลาที่นี่เลย รีบไปเถอะ”
ฉางหงตะลึงจังงัง หัวใจสุดแสนร้าวราน เขารีบคุกเข่ากับพื้นตะโกนอ้อนวอนไปทางโถงหลัก “เจ้าสำนัก ผู้อาวุโส โปรดให้โอสถเซียนกับข้าสักเม็ดเถิด…”
“ไว้หน้าแล้วยังไม่รักษา เสียเวลาจริง ๆ”
ทวารบาลถีบฉางหงกระเด็นพ้นจากหน้าโถงหลัก
ฉางหงกระเด็นไปไกล ร่วงลงที่ตีนเขาแห่งหนึ่งรุนแรงจน