่หมายความว่า เขาเรียนวิชาใดไปก็ไร้ประโยชน์ รวมถึงวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ด้วย
ร่างนั้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามเขา
แต่เจียงผิงอันก็ไม่อยากรามือ
นับแต่วันแรกที่เขาได้พบผู้ฝึกตน เขาก็ถูกบอกว่ามิอาจก้าวเดินบนเส้นทางการฝึกฝนได้ แต่ก็ยังมาถึงจุดนี้
เขาจะไม่รามือจนถึงที่สุด
เส้นทางนั้นยาวไกล เขาก็ขอเสาะแสวงให้ชัดเจน
เจียงผิงอันเยียวยาตนเองอยู่สองสามเดือน จู่ ๆ เหมียวเสียก็เข้าห้องมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้าบื้อ ข้าจะกลับสำนักนะ”
“สำนักเซียนเทียนหลานเปิดศึกแล้วหรือ?”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้น พอจะเดาได้ว่าเหตุใดศิษย์พี่หญิงของเขาจึงบอกอยากกลับไป
เหมียวเสียพยักหน้า “ใช่ สำนักเซียนเทียนหลานลอบโจมตี โชคยังดีที่ข้าเตือนสำนักให้เตรียมตัวรับมือล่วงหน้า สำนักเซียนเทียนหลานจึงลอบโจมตีไม่สำเร็จ”
“แต่อีกฝ่ายเปิดศึกเต็มรูปแบบ ดุเดือดอย่างยิ่ง ข้าอยากกลับไปเป็นกำลังเสริม ส่วนเจ้าบาดเจ็บอยู่ ยังไม่ต้องกลับไปหรอก ไปฝึกฝนที่สำนักศึกษาชางจืออย่างสบายใจเถอะ”
เจียงผิงอันลุกขึ้น “ข้าบาดเจ็บเล็กน้อยแค่นี้ ไม่เป็นไรหรอก ค่อยๆ ฟื้นตัวต่อไปได้ ยามนี้ข้ายังเรียนอะไรในสำนักศึกษาชางจือไม่ได้กลับไปช่วยลดจำนวนสหายร่วมสำนักบาดเจ็บล้มตายจะดีกว่า”
การบรรลุเซียนเท่ากับมีกุญแจสู่กรุสมบัติ สำนักศึกษาชางจือคือกรุสมบัติ หากเขาไม่มีกุญแจ เปิดกรุสมบัติไม่ได้ จึงมิอาจเรียนอะไรได้ในยามนี้
สำนักศึกษาชางจืออิสระอย่างยิ่ง สามารถไปมาได้ตามประ