งเดียว ที่นั่นก็รับแต่ลูกหลานคนรวยทำให้ปิดโอกาสทางการเล่าเรียนของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแต่ทว่าหลานชายกลับกล่าวออกมาอย่างไม่หวังผล ก็เลยทำให้ข้าซึ่งเป็นผู้นำของพวกเขารู้สึกตื้นตันยิ่ง” ในขณะที่อานไท่กล่าวนํ้าตาของเขาก็เอ่อคลอจวนเจียนจะหยด(ไม่ว่ายุคสมัยไหนความเหลื่อมลํ้าทางสังคมก็ยังคงมีอยู่ทุกทีสินะ) หนิงอันคิดอย่างเห็นใจชาวบ้านรวมถึงเด็กอีกหลายหมู่บ้านที่ไม่ได้เรียน“ท่านอาข้าให้คำมั่นว่าจะสอนพวกชาวบ้านให้ดีอย่างน้อยก็ให้เขาอ่านออกเขียนได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความพยายามของแต่ละคนด้วย”หยูเจียงเปิดปากขึ้นเป็นคนแรกหลังจากรับรู้ถึงเจตนาอันดีของชายวัยกลางคน237
“เรื่องนี้ข้าเข้าใจดี ขอบใจเจ้ามากที่เลือกมาหมู่บ้านของเราอีกทั้งยังได้นำความเจริญมาให้ด้วย” อานไท่ยกชายเสื้อปาดนํ้าตาในขณะที่กล่าวกับชายหนุ่ม“ท่านอาอย่าได้ยกย่องข้าเช่นนั้นเลยเรื่องการสอนหนังสือเป็นหน้าที่ของบัณฑิตเช่นข้าอยู่แล้วส่วนเรื่องความเจริญนั้นข้าไม่อาจรับ ขอบอกตามตรงว่าแม้ว่าบุตรสาวของข้าจะรู้จักวิธีต้มเกลือแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากขายไม่ได้ก็ทำให้ไม่อาจทำเงินได้อยู่ดี อย่างที่รู้ๆ กันหากนำไปขายโต้ง ๆ ย่อมไม่อาจทำได้แน่ไม่อย่างนั้นแทนที่จะนำมาซึ่งความรํ่ารวย อาจจะนำมาซึ่งความวิบัติแทน ดั่งคำกล่าวที่ว่าหยกไม่ผิด ผิดที่ผู้ครอบครอง” คำพูดของหยูเจียงเปรียบเสมือนฝ่าผ่าลงกลางศีรษะของหรานต้าผู้กำลังฝันดี แต่ฝันนั้นได้ถูกด