ข้าไม่รู้จริง ๆ นะ
‘กุยเฮยเจ้าได้ทำอะไรลงไปหรือไม่’ หนิงอันผู้สงสัยในความไม่ชอบมาพากลนี้ รีบถามเต่าตัวน้อยในขณะเดียวกันก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปด้วยตามคำสั่งของศิษย์พี่ทั้งสองเช่นเดียวกับเด็กชายอีกสองคนที่บัดนี้พากันนั่งอยู่บนกิ่งไม้มือเล็กโอบกอดลำต้นไม้ใหญ่แน่นหลังจากปีนตามน้องน้อยมาติด ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเช่นเดียวกับแววตาเสียงสวบสาบยอดหญ้าสั่นไหว เพียงชั่วอึดใจก็ปรากฏสิ่งที่เป็นสาเหตุของต้นเสียง ไก่ป่าตัวใหญ่สามตัวเล็กสี่ กระต่ายอีกสามแม้จะตัวไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่แห้งทั้งจือฉีและมู่เทาถึงกับตกใจในสิ่งที่เห็นระคนโล่งใจในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังหาได้วางใจไม่ เด็กวัยสิบหกปีทั้งสองจึงได้แยกย้ายกันสำรวจจนทั่วบริเวณ211
“พวกเจ้าลงมาได้แล้ว” มู่เทารีบบอกศิษย์น้องในระหว่างหาเถาวัลย์มามัดขาของทั้งไก่และกระต่ายป่าที่ยืนนิ่งผิดวิสัยของพวกมัน‘กุยเฮย นี่ไม่ใช่ผลงานของเจ้าจริงเหรอ’ หนิงอันจับเต่าน้อยมาอยู่ในอุ้งมือเล็กทั้งสองถามอย่างแคลงใจ‘ข้าไม่รู้ แต่มีเนื้อไปเพิ่มไม่ดีหรอกหรือ’ กุยเฮยไม่ยอมรับออกมาเด็ดขาดว่าเกิดจากความผิดพลาดของตน‘ได้เนื้อไปเพิ่มมันก็ดีอยู่หรอก แต่เรื่องนี้เจ้าไม่รู้ ไม่เห็นแน่นะ โชคดีที่ไม่ใช่สัตว์ใหญ่ไม่อย่างนั้นมีหวังไม่ต้องคิดเรื่องเข้าป่าอีก’ หนิงอันหรี่ตามองเต่าตัวน้อยในขณะพูดแต่แล้วก็ได้มีนํ้าเสียงอันตื่นเต้นดังมาจากยงฮ่าวทำให้กุยเฮยหายใจหายคอคล่องขึ้นมาบ้าง “น้องเล็ก เจ