้ดีหรือไม่รอให้พ่อจัดการเรื่องที่ดินเรียบร้อยค่อยพาเจ้าเข้าป่าอีกครั้ง” หยูเจียงเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งหน้าเศร้า
ครั้นแล้วก็มีเสียงห้ามของชายหนุ่มคนหนึ่งพูดออกมา“อย่าหาว่าข้ายุ่งเลยนะน้องเจียงป่าบนภูเขาในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก เนื่องจากอาจจะมีหมาป่าออกมาหาอาหารข้าคิดว่ารอให้พ้นช่วงเหมันต์นี้ไปก่อนจะดีกว่า” หนิงอันฟังคำกล่าวนี้ก็คิดว่ามีเหตุผล
แม้จะรู้สึกเสียดายของมีค่าแต่การมีชีวิตอยู่นั้นย่อมสำคัญที่สุด ‘เจ้าได้ยินหรือไม่ว่าท่านลุงหรานบอกว่าให้พ้นช่วงหน้าหนาวนี้ไปก่อนถึงจะให้ข้าเข้าป่าได้’ หนิงอันสื่อสารกับเต่าน้อยทันที121
‘มีข้าอยู่เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก หากเจ้ารีบมารับข้านะ ข้าจะช่วยให้พวกเจ้าและคนเหล่านี้มีเนื้อกินด้วย’ กุยเฮยเริ่มขายตัวเองออกมาอีก
‘มีเนื้อกินด้วยอย่างนั้นเหรอ จะเพียงพอให้ทุกคนได้กินไหม ชาวบ้านมีอยู่สามสิบกว่าหลังคาเรือน หากได้กินไม่ทั่วถึงข้าก็ไม่ต้องการ’ หนิงอันรีบแย้ง
‘เจ้าเด็กโลภมาก เอาเถอะในเมื่อเจ้ามีแก่ใจนึกถึงคนอื่นข้าจะสงเคราะห์ช่วยเหลือก็ได้ ดังนั้นเจ้ารีบมารับข้าเถอะ’ กุยเฮยอ้อนวอน
หนิงอันนิ่งเงียบไป จากนั้นก็เริ่มกินอาหารของตนต่อโดยที่ผู้ใหญ่แต่ละคนต่างพากันคิดว่าเด็กหญิงคงจะตัดใจได้แล้ว หารู้ไม่ว่านางกำลังคิดหาวิธีอยู่ต่างหาก
หลังมื้ออาหารสิ้นสุดลง “ข้าจะไปส่งเจ้ากับลูก” ยงเผยบอกกับภรรยาสาวโดยไม่รอให้นางตอบรับชายหนุ่มก็จัดแ