้วยหากท่านสนใจข้าจะพาพี่สาวไปดูเจ้าค่ะ แต่การขายอาหารนั้นค่อนข้างเป็นงานหนักนะเจ้าคะ อีกทั้งยังต้องใช้เงินทุนพอสมควร”หญิงรุ่นน้องพูดตรงไปตรงมา“อาสะใภ้ป๋ายหากท่านอยากทำเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ ข้ายินดีสนับสนุน ท่านอย่าได้กังวลเรื่องเงินทุนเลยข้ายินดีช่วย” หยูเจียงยกยิ้มกล่าวกับหญิงสูงวัยจากใจจริงนับตั้งแต่ที่ลาออกจากตำแหน่งขุนนาง เขาก็คิดเสมอว่าคนเหล่านี้คือญาติมิตรของตนหาใช่บ่าวรับใช้ไม่“นายท่าน บ่าวไม่คิดจะปันใจจากพวกท่านนะเจ้าคะเหตุใดถึงจะไล่บ่าวกันละ” หญิงสูงวัยกว่ากล่าวออกมาทั้งนํ้าตา113
ทำให้คนในครอบครัวอาน ยกเว้นแต่เด็กชายวัยหกขวบรู้สึกตกใจในคำเรียกขานแทนตัวของหญิงคนนี้ที่มีต่อหยูเจียงจนตะเกียบในมือของพวกเขาหล่นจากมือ“อาสะใภ้ท่านหยุดร้องก่อนเถอะ ท่านกำลังทำให้พวกเขาตกใจกันใหญ่แล้ว” หยูเจียงรีบกล่าวห้ามทว่าเสียงร้องไห้ของหญิงสูงวัยก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้นทำให้บ่าวรับใช้หญิงอีกสองพากันหลั่งนํ้าตาออกมาด้วยบ่าวชายเองก็ดวงตาแดงกํ่า เพราะกลัวจะถูกผู้เป็นนายทอดทิ้งเสียงร้องไห้ทำให้หนิงอันผู้กำลังหลับจำต้องลืมตาตื่นอย่างงัวเงีย เด็กหญิงเดินโงนซ้ายเงนขวาดวงตายังคงปรืออยู่“ใครเป็นอันใดหรือเจ้าคะ ร้องไห้ทำไม” เสียงพูดอู้อี้ในขณะอ้าปากหาวถามอย่างไม่เข้าใจยังไม่ทันที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายจะตอบสนอง เด็กชายคนหนึ่งก็เดินเข้าไปจับมือเล็กของเด็กหญิงพูดขึ้นอย่างเอาใจใส่“น้องสาวพี่จะพาเจ้าไปล้างหน้าจากนั้นค