“ขอบใจเจ้ามาก” หนิงอัน กล่าวขึ้นเสียงเบาไม่แพ้กันหลังจากนางลงจากแผ่นหลังกว้างของน้องชาย มู่ตานกับอิงอิงซึ่งวันนี้แต่งกายสมวัยช่วยกันประคองให้เจ้าสาวคนงามเข้าไปนั่งในเกี้ยวด้วยความระมัดระวัง
ซึ่งในจังหวะเดียวกันนี้ เสียงของชาวบ้านที่กำลังมารอรับกลิ่นอายความมงคลก็ได้พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงแห่งความชื่นชม
“นั่นเจ้าบ่าวมาแล้ว ข้าไม่เคยเห็นใครดูดีและสง่างามเช่นนี้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่าเจ้าสาวจะมีหน้าตาเช่นไร” นํ้าเสียงของผู้พูดเต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างเห็นได้ชัด
“การที่เจ้าพูดเช่นนี้แสดงว่าเจ้าไม่เคยเห็นคุณหนูหยูนะสินางนับว่าเป็นสตรีใบหน้างดงามหมดจดผู้หนึ่งทีเดียว แม้จะไม่ถึงกับงามล่มแคว้น กระนั้นข้าก็เห็นว่าคนทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันราวสวรรค์สรรค์สร้างทีเดียว”
“เจ้าไม่ใช่ว่าจะพูดเกินจริงหรอกหรือ” คนผู้นั้นแย้ง121
“จะเกินจริงได้อย่างไร ใคร ๆ ในเมืองหลวงต่างก็รู้กันไปทั่วว่านางเป็นเจ้าของสถานเสริมความงามหยูเซียง”
“จะ….เจ้าพูดจริงอย่างนั้นหรือ สถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นที่เข้าไปได้ ข้าเคยได้ยินคุณหนูคนหนึ่งพูดว่าคุ้มกับราคาเงินที่จ่ายเพราะนางเคยมีปัญหาแผลเป็นไม่ว่าจะรักษาอย่างไรก็หมดหวังแต่หลังจากที่ได้รับคำแนะนำและรักษาเพียงไม่กี่ครั้งแผลเป็นของนางก็จางจนไม่มีใครมองเห็นหากว่าเจ้าตัวไม่พูดก็ไม่อาจรู้ถึงตำแหน่งแผลที่ว่า”
“ใช่ เป็นนางนั่นแหละ แค่นี้เจ้าก็คงคิดได้แล้วกระมั้งว่านางจะงดงาม