องข้าเขามีสหายด้วยหรือเจ้าคะ” ซึ่งคำถามของหนิงอัน ได้ทำให้ผู้ที่ได้ยินหัวเราะออกมาเสียงดัง101
ทั้งสี่สาวนาย บ่าวจึงได้หันใบหน้ามาทางต้นเสียงพร้อมกัน “มู่ตง! ท่านมาได้อย่างไร” หนิงอัน รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่จะฉีกยิ้มอย่างประจบให้คนรักที่กำลังทำสีหน้าคล้ายปลาตาย
“เดินมา” นํ้าเสียงของเขาแสนราบเรียบ (โอ๊ะโอ๋! อย่าบอกนะว่าเขาโกรธข้า) “ท่าน ไม่พอใจที่ข้าคิดว่าท่านไร้สหายอย่างนั้นหรือ” หนิงอัน ไม่พูดเปล่าเพราะนางได้ดึงปลายแขนเสื้อตัวยาวของชายหนุ่มแกว่งไปมา
“เปล่า” คำพูดกับสีหน้าช่างตรงกันข้ามอย่างยิ่ง “ข้าขอโทษ ก็ท่านไม่เคยเล่าถึงเรื่องนี้ให้ข้าฟังเลยนี่น่า ถ้าอย่างนั้นเอาไว้ข้าจะยอมให้ท่านลงโทษดีหรือไม่” จบประโยคนี้ของหญิงคนรัก
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายอยู่ชั่วครู่ จนแทบจะไม่มีใครจับสังเกตได้ ยกเว้นก็แต่ชายหนุ่มรูปงามผิวกายคร้ามแดดดูสุขภาพดีเพียงเท่านั้น
(ช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง แต่ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนผู้นี้จะมีมุมแบบนี้ด้วย) นี่คือความคิดของชายคนนี้
หลางกุ้ยฮวามองการกระทำของสหายอายุน้อยกว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเพื่อยอบกายทำความเคารพ102
ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ตามมารยาท แม้ว่าเขาคนนี้จะเป็นคู่หมั้นของเพื่อนสนิทก็ตาม
“คารวะซื่อจื่อและคุณชายเจ้าค่ะ”
“เชิญคุณหนูหลางตามสบายเถอะ” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้น หนิงอัน เองก็ได้ยอบตัวกล่าวทักทายชายผู้มาพร้อมกับคนรักเช่นกัน
“น้อ