เปล่า แต่….ถ้าหากเจ้าไม่สามารถทำได้ เจ้าจะต้องจ่ายให้ข้าหนึ่งร้อยตำลึงทองค่าเสียเวลาตกลงหรือไม่”
ชายหนุ่มผู้นั้นปรายตามาทางต้นเสียง ก่อนที่เจ้าตัวจะมองใบหน้าของหนิงอันและพูดขึ้นเสียงอ่อนพร้อมรอยยิ้ม
“หากเป็นความต้องการของแม่นางน้อย ข้าเองก็หาได้ขัดข้องไม่” รอยยิ้มของคนผู้นี้ทำให้หมิงหมิงขัดตาไม่น้อยทีเดียว
“หากคุณชายตกลง พวกเราก็มาเขียนสัญญาลงชื่อตกลงกันเถอะ คำพูดปากเปล่าเหมือนสายลมใช้เป็นหลักฐานไม่ได้”รอยยิ้มของหนิงอันเปล่งประกายทั้งปากและตาทำให้ใบหน้าของนางยิ่งงดงาม66
คุณชายตระกูลเสิ่นตอบรับอย่างขัดเขิน “ดะ….ได้สิ”
“คุณชาย ข้าว่าอย่าดีกว่านะขอรับ ข้าน้อยรู้สึกไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย อีกอย่างเงินตั้งหนึ่งร้อยตำลึงทองหากนายท่านรู้เรื่องนี้ ข้าเกรงวะ..”
เผียะ! เสียงพัดในมือของผู้เป็นนายตีเข้ากระทบใบหน้าของผู้กล่าวเตือน จนทำให้ผู้คนรายล้อมได้ยินเสียงดังอย่างชัดเจน “เป็นแค่บ่าว กล้าดีอย่างไรมาเตือนข้า” ชายหนุ่มคนนี้ไม่พูดเปล่า เนื่องจากเขายังได้ยกพัดขึ้นสูงหมายจะฟาดซํ้าลงไปยังใบหน้าของบ่าวคนนี้อีกครั้ง
แต่ทว่า…..
“โอ๊ย!” ข้อมือของเขาถูกโจมตีด้วยก้อนดินเล็ก ๆ กระทบเข้าเสียก่อน ทำให้พัดที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงพื้นดิน พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด “ใคร แน่จริงอย่าลอบกัดข้าเช่นนี้สิ”
หมิงหมิง ยืนผิวปากกอดอกทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หนิงอันได้แต่ยกยิ้มให้กับท่าทางของน้องชายอย่างเอ็นดู67
“คุณชาย