ข้าจะไปส่งเจ้า” เหลียนเซียวมู่ตง จำต้องคลายอ้อมกอดอย่างไม่เต็มใจ “เจ้าลุกไหวหรือไม่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางทุลักทุเลของเด็กสาว
“ไหว” อันอัน ค่อนข้างเซเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวลุกขึ้นยืน “ข้าจะพาเจ้าลงไป” เหลียนเซียวมู่ตง ไม่พูดเปล่าเนื่องจากเขาได้โอบเอวของเด็กสาวก่อนที่จะพาคนในอ้อมแขนกระโดดลงมาจากหลังคาของจวนหลังนั้น54
ซึ่งคาดว่าเจ้าของเรือนแห่งนี้น่าจะหลับลึก กระทั่งพวกเขานั่งสนทนากันอยู่เป็นนานสองนานก็ไม่มีใครรู้ตัว
และทันทีเมื่อเท้าของคนทั้งคู่แตะลงบนพื้น แม้เหลียนเซียวมู่ตงจะเสียดายร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่อยู่ในอ้อมกอดตน
กระนั้นชายหนุ่มก็ยอมคลายมือออกแต่โดยดี แต่แล้วกลับเป็นหนิงอันที่สอดนิ้วมือเข้ามาประสานกับนิ้วของเขา
“ในยุคที่ข้าจากมานั้นคนเป็นแฟน สามารถเดินจูงมือกันตามท้องถนนหรือทุกที่ได้ตามที่พวกเขาต้องการ ดังนั้นเรามาจูงมือเดินไปพร้อมกันเถอะ”
ความอบอุ่นจากมือเล็กของคนข้างกายทำให้หัวใจของเหลียนเซียวมู่ตงเต้นแรง
แม้ใบหน้าของเจ้าตัวจะคล้ายดูปกติไร้อาการเขินอาย แต่ทว่าใบหูที่เป็นสีแดงคล้ายหยดเลือดตัดกับผิวขาวของชายหนุ่มทำให้หนิงอันฉีกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
ร่างเงาของคนทั้งคู่หนึ่งสูง อีกหนึ่งเตี้ยกว่าต่างทอดยาวเคียงกันจนกระทั่งถึงจุดหมาย55
“ข้าถึงบ้านแล้ว ท่านก็กลับไปพักผ่อนเถอะ อ๋อข้ามีเรื่องจะบอกท่านอีกอย่างสองวันหลังจากนี้ข้าจะไปเมืองซานไห่”
“ข้าจะไปพร้อมกับเจ้า” ชายหนุ่ม พู