ายแทน
“ขอรับ” เด็กชาย กล่าวรับคำเสียงหนัก
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังเดินเคียงกันออกมาหน้าจวนโดยมีมู่ตานเดินตามหนิงอันอยู่ด้านหลัง เหลียนเซียวมู่ตงซึ่งตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนก็หาได้สะทกสะท้าน33
ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่ง อยู่ข้างอาชาสีนํ้าตาลแดงคู่ใจ สองสายตามองตรงเข้าไปภายในจวนผ่านบานประตูที่พ่อบ้านได้เปิดทิ้งเอาไว้
และเมื่อเขามองเห็นร่างเล็กของเด็กสาวเดินออกมา เจ้าตัวก็เผยรอยยิ้มบางดวงตาโค้งงออย่างไม่รู้ตัว
ใบหน้าของชายหนุ่มดูอ่อนโยน ทำให้น่ามองเป็นอย่างมาก คนทั้งสองสบสายตากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่หมิงหมิงจะเป็นผู้เอ่ยทำลายช่วงเวลาของทั้งคู่
“คารวะ พี่ชายมู่ตงขอรับ” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อ จึงได้บ่ายหน้ามามองเด็กชายก่อนที่จะทักเขาออกมาเพียงคำเดียว “อืม”
(ทีกับข้าล่ะทำหน้าเหมือนปลาตาย) หมิงหมิงคิด ก่อนที่จะเดินไปนั่งบนหลังของเจ้าลาย ส่วนมู่ตานก็ยืนรออยู่หลังนายสาวอย่างเงียบเชียบหลังจากที่คารวะชายหนุ่มร่างสูงแล้วเช่นกัน
“อันอัน เราจะเดินไปดีหรือไม่ หรือเจ้าอยากจะนั่งบนหลังของจงเซ่อ” แม้คนถามคาดหวังให้เด็กสาวนั่งหลังม้าตัวเดียวกับตน กระนั้นเนื่องจากกลัวคำครหาที่อาจทำให้สาวน้อยเสียหายเจ้าตัวจึงได้ถามออกมาเช่นนี้34
“พวกเราเดินไปกันเถอะเจ้าค่ะ ตลาดอยู่แค่นี้เอง อีกอย่างตลอดสองข้างทางต่างก็ประดับด้วยโคมไฟ เดินไปชมโคมรูปต่าง ๆ ไปก็เพลินดีเหมือนกัน ตอนกลับหากว่าเมื่อยก็นั่งหลังของฉงฉง ฉงต้าหรือหมาป่าทั้ง