ให้แต่งด้วยนั้นเป็นญาติผู้พี่สายรอง ซึ่งก็เห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย” เห้อฮุ่ยหลาน จึงพูดเรื่องของตนออกมาบ้าง39
หนิงอัน อดที่จะรู้สึกตกใจกับคำพูดนี้ของสหายรุ่นพี่ไม่ได้(เป็นญาติกันแต่งงานกัน เขาไม่กลัวว่าลูกออกมาจะมีความผิดปกติหรอกหรือ) เด็กสาวได้แต่คิด แต่จะให้เจ้าตัวออกตัวก็เกรงว่าจะทำให้คนขุ่นเคือง
เนื่องจากยุคสมัยนี้ มักจะนิยมแต่งงานกันเองในเครือญาติ นางจึงได้แต่ฟังอย่างนิ่งเงียบ กระนั้นด้วยความเป็นห่วงจึงได้ลองหยั่งเชิงออกไป “แล้วพี่สาว เต็มใจที่จะแต่งงานกับคนผู้นั้นหรือไม่เจ้าคะ”
เห้อฮุ่ยหลาน พยักหน้าโดยมีลักษณะอาการเอียงอายออกมา “เขาเองก็จัดว่าเป็นคนดี อีกทั้งยังเป็นขุนนางอนาคตไกลดังนั้นข้าจึงไม่คิดขัดข้อง” คำตอบนี้ทำให้หนิงอันคิดว่า หากว่าพี่สาวคนนี้ตั้งครรภ์นางคงจะต้องดูแลครรภ์ให้เป็นพิเศษ
หนิงอันกับอีกสองสาวที่เหลือก็ทำหน้าที่ตั้งใจฟังจนกระทั่งซินถงเอ่ยถามซูหนี่ว์ออกมาบ้าง
“เจ้าล่ะ ซูหนี่ว์ ทางครอบครัวได้หาคู่ครองให้เจ้าแล้วหรือยัง” คำถามนี้หานซูหนี่ว์หน้าแดง40
“ยะ..ยัง เพราะข้าได้บอกว่าตัวเองมีชายในดวงใจอยู่แล้ว” หญิงสาวผู้มีบุคลิกร่าเริงอยู่เป็นนิจกล่าวติดขัด
คนทั้งห้อง พากันมองมาที่นางอย่างพร้อมเพรียง “ชายคนนั้นเป็นใครอย่างนั้นหรือพวกเรารู้จักหรือไม่” กุ้ยฮวา ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
การสนทนากันระหว่างผู้เป็นนายนี้ บ่าวหญิงรับใช้ที่ติดตามมาหารับรู้ด้วยไม่
เนื่องจากหนิงอ