เชือกสูง รวมถึงทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายโดยการเอาหินหนัก ๆ มาวางบนหน้าอกและให้อีกคนใช้ฝ่ามือซัดไปยังก้อนหินนั้นจนแตก
การแสดงรำดาบ ที่ดูอ่อนช้อยงดงาม หรือ แม้แต่การแต่งคำกลอนแข่งกันเกี้ยวหญิงโดยที่คำกล่าวนั้นเต็มไปด้วยคำสุภาพ
เหล่าสหายหญิงก็ชี้ชวนดูนี่นั่นดูนี่ด้วยความสนใจ ไม่เว้นแต่เด็กอย่างหมิงหมิง ส่วนชายหนุ่มทั้งสามก็เดินอยู่ด้านหลังคล้ายเป็นองครักษ์พิทักษ์สาวงามคอยทำหน้าเคร่งขรึมหากมีคนใจกล้าคิดจะเข้ามาเกี้ยวหญิงสาวในกลุ่มของตน
เวลาผ่านไปจนกระทั่งพระจันทร์เริ่มลอยสูงเด่น ร้านรวงมากมายได้เริ่มทยอยเก็บข้าวของ พวกเขาทั้งหมดจึงได้บอกลากัน
หมิงหมิงก็ขึ้นนั่งบนหลังเจ้าลายด้วยดวงตาจะปิดมิปิดแหล่ “เจ้าลาย พาหมิงหมิงรีบกลับไปนอนก่อนเถอะ พี่มู่ตานท่านตามไปส่งเขาด้วยเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”43
“เจ้าค่ะ คุณหนู” มู่ตาน รับคำอย่างไม่เอ่ยค้าน “อาหวี่เจ้าไปกับมู่ตาน ส่งหมิงหมิงเข้านอนให้เรียบร้อยเล่า” เหลียนเซียวมู่ตง จึงได้สั่งองครักษ์คนสนิทของตนออกมาเช่นกัน
“ขอรับ นายน้อย” อู๋หวี่ รับคำก่อนจะใช้วิชาตัวเบาตามติดสัตว์ร้ายทั้งเจ็ดไปติด ๆ
ส่วนองครักษ์คนอื่น ๆ เหลียนเซียวมู่ตงก็โบกมือเป็นสัญญาณให้พวกเขาถอยห่างออกไป
“พี่ชาย พวกเราไปนั่งบนหลังคาเพื่อชมจันทร์กันดีหรือไม่” หนิงอันกล่าวชวนอย่างนึกสนุก
ซึ่งในตอนนี้เสียงพลุก็ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารูปแบบบนท้องนภาจะไม่หลากหลายเท่ายุคปัจจุบ