อกับแม่ หาใด้มีศัตรูที่ไหน พวกเจ้าไปกันเถอะ” หยวนฟาน ยิ้มบางตอบบุตรสาว
ซึ่งหยูเจียงเองก็กำลังจะพูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับหนิงอันทว่าเมื่อผู้เป็นภรรยาพูดออกมาเช่นนี้เขาก็จำต้องเก็บคำพูดตนกลืนลงท้องอีกเป็นครั้งที่สอง
เหลียนเซียวมู่ตงเมื่อเห็นใบหน้าไม่สบายใจของหญิงคนรักเจ้าตัวจึงเสนอออกมาอย่างหวังดี
“ให้องครักษ์ของข้าอยู่ดูแลท่านอาหยูกับอาหญิงดีหรือไม่” หนิงอัน นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ “เอาอย่างนั้นก็ได้” เนื่องจากเจ้าตัวเองก็อยากเห็นว่าวัดในยุคสมัยนี้เป็นเช่นไร เช่นเดียวกับหมิง25
หมิง รวมถึงสหายต่างเผ่าพันธุ์ทั้งหมดด้วย ที่มองนางอย่างคาดหวังในคำตอบ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก็ขึ้นไปไหว้พระขอพรเถอะ ปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียวจากนั้นก็ค่อยมาหาพ่อกับแม่”
คล้อยหลังคณะของบุตรสาวเดินจากไป คู่สามีภรรยาก็พากันเดินไปอีกด้านและในระหว่างทาง
หยวนฟานก็ได้เอ่ยขึ้นกับสามีอย่างตรงไปตรงมา “ท่านพี่ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงลูก กระนั้นท่านต้องเข้าใจด้วยว่าสักวันหนึ่งทั้งอันอันและหมิงหมิงจะต้องมีครอบครัวของตนอีกอย่างอาตงใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดี แม้ว่าชาติกำเนิดจะสูงกว่าเราแล้วอย่างไรในเมื่อครอบครัวของเขาต่างก็ไม่มีใครคัดค้านอีกทั้งยังยินดีต้อนรับบุตรสาวของเราอีกด้วยหรือว่าท่านเห็นว่าลูกของเรา ด้อยกว่าเขาอย่างนั้นหรือ” คำพูดประโยคนี้ของเมียรักทำให้หยูเจียงมองใบหน้างามลํ้าด้วยความตกใจ26
“มีหรือที่บุตรสาวของเราจะไม่คู่ควรกับใคร บุตร