งยกมือลูบหลังของน้องชายอย่างเป็นห่วง
ชายหนุ่มส่งยิ้มเจื่อนให้นาง ก่อนที่จะกินอาหารของตนต่อไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ทางด้านนี้กำลังกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งเป็นการกระทำอันตรงข้ามกับบรรยากาศภายในของจวนหยูที่กำลังอึมครึม10
“ใต้เท้าหยู เรื่องที่บุตรชายผู้โง่เขลาของข้าได้กระทำลงไปนั้น ท่านช่วยเห็นแก่หน้าข้าสักครั้ง ซึ่งเราก็จัดว่าเป็นขุนนางเหมือนกันได้หรือไม่ขอรับ” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ซึ่งมีอายุมากกว่าหยูเจียงแต่ด้วยขั้นตำแหน่งน้อยกว่าหนึ่งขั้นกล่าววิงวอน
“ท่านช่วยเล่าต้นสายปลายเหตุมาก่อนได้หรือไม่ ว่าเพราะอะไรท่านถึงได้มาพูดกับข้าเช่นนี้” หยูเจียง ถามขึ้นด้วยความสงสัยระคนใคร่รู้ เนื่องจากจู่ ๆ คนผู้นี้ก็มาขอพบตน มาถึงก็เอาแต่ตีหน้าเศร้าพูดวกไปวนมา
“คือว่า เรื่องนี้คือเอ่อ….มะ มัน” ชายวัยกลางคนเอาแต่อํ้า ๆ อึ้ง ๆ ไม่ยอมพูดจนหยูเจียงรู้สึกตงิด ๆ ในอก (หรือว่ามีเรื่องร้ายแรง) เขาคาดคะเน
แต่แล้ว ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินนํ้าเสียงหวานใสเอ่ยเรียกหยูเจียง “ท่านพ่อ!” หนิงอัน คลี่ยิ้มอ่อนหวานส่งเสียงเรียกผู้เป็นบิดามาแต่ไกล
(เจ้าคิดจะเล่าความเท็จอย่างนั้นหรือ) เด็กสาวปรายตามองชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งหน้าซีดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากทั้งที่อากาศในยามนี้หนาวเหน็บ11
และยิ่งเมื่อเขามองเห็นชายหนุ่มที่เดินตามเด็กสาวเข้ามายิ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกจะลมจับเสียให้ได้
(ข้า