ไม่น่าเรียกเจ้าลูกโง่คนนั้นกลับมาจากหมู่บ้านชนบทเลยจริง ๆ กลับมาเพียงไม่นานก็สร้างเรื่องใหญ่ให้ข้าเสียแล้ว)ภายในใจหวาดวิตก จนกระทั่งแผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“อันอัน เจ้าเสียมารยาทแล้วเหตุใดไม่ทักทายใต้เท้าเฟิงก่อนเล่า” หยูเจียง ทำทีตำหนิบุตรีพลางพยักพเยิดหน้าไปทางชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งคล้ายก้นไม่ติดเก้าอี้
หนิงอันหมุนกายมาทางชายผู้นี้ที่กำลังลุกขึ้นยืนกล่าวทักทายเหลียนเซียวมู่ตง ทว่าเด็กสาวได้พูดขัดจังหวะของเขาพร้อมกับได้ถามถึงสาเหตุของการมาเยือนจวนของตนอย่างตรงไปตรงมา
“คารวะใต้เท้าเฟิง เป็นข้าน้อยเสียมารยาทแล้วที่ไม่ได้ทักทายท่านในทันที ว่าแต่ที่ใต้เท้ามาเยือนจวนหยูของเรา ไม่ทราบว่าจะใช่เรื่องบุตรชายคนรองของท่านหรือไม่”
คำถามของเด็กสาว ได้ทิ่มเข้าไปยังกลางอกของผู้มาเยือนอย่างจัง ด้วยความประหลาดใจ หยูเจียงจึงได้ถามขึ้นทัน12
ควัน “อันอัน เจ้ารู้เรื่องที่ใต้เท้าเฟิงมาหาพ่อด้วยอย่างนั้นหรือ ว่าแต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณชายรองเฟิง”
เหลียนเซียวมู่ตงที่กำลังรอโอกาส หลังจากที่เขาทักทายหยูเจียงแล้ว เจ้าตัวที่ปิดปากเงียบจึงได้เอ่ยปากบอกเรื่องนี้เสียเอง “เรื่องมันเป็นเช่นนี้ขอรับ”
ปัง! เสียงทุบโต๊ะจากฝ่ามือของหยูเจียงดังขึ้นสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองคล้ายยมทูตหน้าดำ
“ใต้เท้าเฟิง เรื่องนี้ข้าคงจะให้เป็นหน้าที่ของศาลต้าหลี่เป็นผู้จัดการท่านจงรีบกลับออกจากจวนของข้าเสีย” หยูเจียง หา