ได้สุภาพกับคนเช่นนี้อีก
(ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของบุตรสาวหากรู้มาก่อนข้าคงจะไล่เขาออกไปนานแล้ว) หยูเจียง คิดอย่างแค้นเคือง
“ใต้เท้าหยู ได้โปรดเถอะขอรับ ช่วยเห็นแก่หน้าข้าสักครั้งเถอะ หากส่งเขาให้ศาลตาหลี่มีหวังบุตรของข้าหากไม่พิการก็คงต้องตายอย่างแน่นอน” ชายวัยกลางคน พยายามอ้อนวอนถึงขนาดจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าลงกับพื้น13
แต่ทว่า…
หนิงอันได้ส่งสายตาให้หมิงหมิง พยุงเขาขึ้นไม่ให้ใต้เท้าคนนี้ได้ทำตามอำเภอใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะหากมีข่าวเช่นนี้เล็ดลอดออกไปถึงภายนอกย่อมไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของหยูเจียง
“ใต้เท้าเฟิง การที่ท่านจะกระทำเช่นนี้มันไม่สมควรไม่รู้หรือ หากมีคนไม่รู้เรื่องแล้วพากันเอาไปลือผิด ๆ หาว่าใต้เท้าหยูอาศัยอำนาจรังแกผู้น้อยขึ้นมาเกรงว่าท่านไม่น่าจะรับผลที่ตามมาไหวกระมั้ง” ทุกคำพูดของเหลียนเซียวมู่ตงกล่าวนั้นเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ ประดุจกับอากาศในยามนี้ยิ่งนัก
“ข้าน้อย ผิดไปแล้วขอซื่อจื่อโปรดอภัย ข้าเพียงแต่ร้อนใจเรื่องบุตรเลยกระทำการวู่วาม ขอซื่อจื่อได้โปรดอภัยด้วย” ใต้เท้าเฟิงกล่าวเสียงสั่น (หากไม่มีคนผู้นี้อยู่ เรื่องนี้ก็น่าจะสำเร็จไปเกินครึ่งแล้วแท้ ๆ) เขาคิดอย่างเจ็บใจ
“ท่านควรจะขออภัยใต้เท้าหยู หาใช่กับข้า”14
ชายวัยกลางคน จึงได้ยินยอมทำตามที่คนหนุ่มรุ่นลูกบอกแต่โดยดี
‘อันอัน คนผู้นี้แม้จะเป็นขุนนางตงฉินแต่สำหรับเรื่องการเลี้ยงดูบุตรนั้นใ