หินไปหาอย่างตื่นเต้น
ทว่า นางยังไม่ทันถึงตัวเจียงผิงอัน เหมียวเสียที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คว้านางไว้ “เจ้าจะทำอะไร? ลวนลามผู้ชายของข้าหรือ?”
เมื่อเป้าจือได้ยินวาทะของเหมียวเสีย อารมณ์ซึ่งเดิมสุดปรีดาก็ถดถอยลงกะทันหัน
ปรากฏว่าใต้เท้ามีคู่บำเพ็ญแล้ว นางจึงรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ใต้เท้ากลับมาได้ก็ดีแล้ว
“ขออภัยด้วยเจ้าค่ะฮูหยิน ข้าหุนหันไปหน่อย” เป้าจือคารวะ
ในเมื่อสตรีผู้นี้เป็นคู่บำเพ็ญของใต้เท้า นางก็ควรเรียกอีกฝ่ายว่าฮูหยิน
“ไม่เป็นไรหรอก ผู้ชายของข้าหล่อขนาดนี้ เจ้าจะคันไม้คันมือก็เข้าใจได้” เหมียวเสียกล่าวอย่างภูมิใจ
เจียงผิงอันหน้าคล ้าดำ ศิษย์พี่หญิงเอาแต่พูดอะไรไร้สาระจริงแท้“ศิษย์พี่หญิง คิดอะไรอยู่ล่ะนี่ เราเป็นสหายกันนะ”
“แน่นอน เจ้าบื้ออย่างเจ้าถือนางเป็นสหาย แต่ในฐานะสตรี ข้าย่อมรู้ความคิดสตรีด้วยกันอยู่แล้ว”
เหมียวเสียยกนิ้วเชยคางเป้าจือพลางถาม “เจ้าอยากโถมทับผู้ชายของข้าหรือไม่?”
“ป… เปล่า”
เป้าจือหน้าแดงก ่า มิกล้ามองอีกฝ่ายตรง ๆ จู่ ๆ ก็ถูกสตรีผู้นี้ถามอะไรระห ่า ๆ ออกมาตรงเช่นนี้ นางก็ไม่รู้จะตอบเช่นไร
“ปอกแหกแท้หนอ”
เหมียวเสียรามือ นั่งพักบนเก้าอี้แถว ๆ นั้น การต่อสู้กับโอวหยางจั๋วรื่อก่อนหน้านี้ทำนางเปลืองพลังไปมากนัก
นางคว้าบัญชีข้างตัวมาชำเลืองสุ่ม ๆ เห็นรายได้ที่เขียนบนนั้นก็เด้งลุกเฉียบพลัน เนินเขาคู่สะท้านเทิ้ม อุทานขึ้นว่า
“ร้านเล็ก ๆ นี่มีรายได้ต่อวันมากข