ในกระโจมหลังนี้ที่มีทั้งเนื้อตากแห้ง ข้าวสาร แป้ง และธัญพืช
‘จะเอามาจากไหน หากให้ข้าเดาก็คงไม่แคล้วไปรีดไถมาจากชาวบ้านตาดำ ๆ เพื่อนำมาทำศึกหาความยิ่งใหญ่ให้กับตนและก็คงจะใช้ข้ออ้างว่าทำเพื่อราษฎรทั้งนั้น’ เต่าตัวเล็กกล่าวด้วยถ้อยคำเสียดสี
‘นั่นสิ สงครามมีแต่ทำให้เกิดความสูญเสีย ไม่รู้จะทะเลาะกันให้ได้อะไร เมื่อถึงคราวชีวิตดับสูญก็หาได้นำสิ่งใดติดกายไปได้ไม่’ หนิงอันกล่าวขึ้นอย่างเห็นพ้อง
ในขณะที่หนิงอันกำลังสื่อสารกับกุ้ยเฮย มู่ตานก็พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ “คุณหนูเจ้าคะ ของมากมายถึงเพียงนี้เราจะขนออกไปได้อย่างไร”591
หนิงอันมองหน้าของมู่ตานผ่านแสงจันทร์สลัว ก่อนที่เจ้าตัวจะเหยียดมุมปากทำให้ใบหน้าของนางดูสดใสขึ้น “พี่มู่ตานหากเห็นสิ่งต่อไปนี้ท่านต้องเงียบเอาไว้นะเจ้าคะ”
จบคำพูดของอันอัน ความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของมู่ตาน เมื่อสิ่งของมากมายหายวับไปกับตา
“คะ..” ในขณะที่มู่ตานกำลังจะเอ่ยปากถาม หนิงอันก็ยกนิ้วขึ้นปิดปากของตนท่าทางเช่นนี้ของผู้เป็นนายทำให้มู่ตานยกมือปิดปากตัวเองเช่นกัน
หลังจากจัดการเก็บเสบียงเรียบร้อยแล้วหนิงอันจึงได้เดินออกมาก่อนที่จะเห็นว่า เจ้าห้ากับซินซินยืนเป็นผู้พิทักษ์ประตูนิ่งไม่ไหวติง
“เจ้าห้า ซินซินพวกเราย้ายไปกระโจมอื่นกันเถอะ” หนิงอันกล่าวชวน หมาป่าทั้งสองต่างเชื่อฟังแต่โดยดีแม้ว่าเจ้าตัวอยากจะไปวิ่งไล่เหล่ามนุษย์พวกนั้นใจแทบขาดก็ตาม
หนิงอัน เดินเข้า