วมด้วย
“แต่ตอนนี้ท่านไม่สบาย เอาไว้ให้อาการดีขึ้นค่อยลุกขึ้นมาเขียนก็ได้นี่เจ้าค่ะ” แม้ปากของเด็กสาวจะบ่น แต่นางก็รินนํ้าอุ่นที่ผสมนํ้าตกสวรรค์ส่งให้ชายชราด้วยความเอาใจใส่519
“ข้าเกรงว่าเวลาของข้ามีไม่มากแล้วนะสิ” คำพูดของชายชราทำให้หนิงอันใจหล่นวูบ “เหตุใดท่านพูดอย่างนี้ ท่านยังต้องอยู่กับข้าไปอีกหลาย ๆ ปีต่างหาก”
ฉู่เกอยกนํ้าอุ่นขึ้นจิบ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “อันอันใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าร่างกายของข้าเป็นแบบไหน เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมรับความจริง” คำพูดนี้ฟังดูคล้ายเหมือนกับว่าผู้พูดจะตำหนิกระนั้นนํ้าเสียงกลับเจือแววอาทรอยู่ในที
หนิงอันดวงตาแดงเรื่อ หยาดนํ้ากำลังรื้นขึ้นปริ่มขอบตาจวนเจียนจะหยด (ใช่ เพราะข้ารู้ แต่มันยากที่จะทำใจยอมรับ)เจ้าตัวคิดพลางสะกดกลั้นนํ้าตาเอาไว้ ไม่ให้ไหลออกมา
“หากเจ้าหวังดีต่อข้า ก็ให้ข้าใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในตอนนี้ได้ทำในสิ่งที่ต้องการเถอะ” ชายชราพูดไปก็ไอออกมาอีกครั้ง
“เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ห้ามท่านอีกแล้ว แต่ท่านจะต้องกินยาและนอนพักผ่อนเมื่อถึงเวลาเช่นเดียวกัน” หนิงอันไม่วายต่อรอง
“อืม” ชายชรารับคำสั้น ๆ จากนั้นเจ้าตัวก็ลงมือจรดปลายพู่กันที่หนิงอันเป็นผู้อุ่นหมึกให้520
ศิษย์กับอาจารย์ใช้เวลาร่วมกันด้วยความสงบเป็นประจำเช่นนี้ทุกวันและในบางครั้งฉู่เกอก็ทดสอบหนิงอันออกมาในเรื่องที่ตนนึกได้เป็นระยะ ๆ
ส่วนเรื่องของเหลียนเซียวมู่ตงนั้นแม้เด็กสาวจะเป็นห่วงแต่หลังจากนั้น