สูงในขณะเดินออกจากห้องอาหารส่วนตัว
“ได้สิ ดีเสียอีกจะได้ไม่ต้องมีใครมาเดินเบียดพวกเรา” ในระหว่างที่คนทั้งสามกำลังเดินลงบันได สายตาของหนิงอันก็มองไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคย
“นั่นพี่สาวฮวาไม่ใช่หรือนางมากับใครกัน รูปงามไม่น้อย”หนิงอันพูดขึ้นโดยที่ชายต่างวัยสองคนที่เดินตามหลังเจ้าตัวพากันมองไปทางชายคนนั้นพร้อมกัน
“เหอะ! นั่นเรียกว่ารูปงามแล้วอย่างนั้นหรือ นับวันดวงตาของเจ้าจะแย่ลงทุกที” เหลียนเซียวมู่ตงพูดขึ้นอย่างหมั่นไส้ (ทีข้าเจ้าไม่ยักชม) ชายหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิด
หนิงอันหันหน้ากลับไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังทำหน้าบูดบึ้ง “หากเทียบกับท่าน คนผู้นั้นก็ยังนับว่าด้อยกว่าจริง ๆ นั่นแหละ แต่กระนั้นท่านก็ไม่ควรไปบูลลี่เขานะเจ้าคะ” หนิงอันพูดเชิงตำหนิ
เหลียนเซียวมู่ตงรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินถ้อยคำของเด็กสาวกระนั้นก็ยังมีคำที่เจ้าตัวไม่เข้าใจเช่นเดียวกับหมิงหมิงที่มอง449
ใบหน้าของพี่สาวตนเช่นกัน “บู ๆ อะไรของเจ้าคือสิ่งใด” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“บูลลี่เจ้าค่ะ หมายถึงการว่ากล่าวผู้อื่นทางคำพูดยกตัวอย่างเช่นท่านไปหาว่าเขาหน้าตาไม่ดี หรือว่าท่านไปว่าคนผู้นั้นว่าดำบ้าง อ้วนบ้างล้อเลียนเขาแบบนี้เป็นต้น”
“ต่อไปข้าจะไม่ว่าใครแบบนี้อีกก็แล้วกัน ถ้าคนผู้นั้นไม่มาหาเรื่องใส่ตัวก่อนล่ะนะ” เหลียนเซียวมู่ตงพยักหน้าพูดขึ้นอย่างเข้าใจ
ระหว่างที่หนิงอันกับเหลียนเซียวมู่ตงพูดคุยกัน จู่ ๆ กุยเฮยก็เอ่ยขึ้