งก็ซ้อนทับเข้ากับมือของชายหนุ่มเข้าพอดิบพอดี
“อันอัน! จะ…เจ้า” เหลียนเซียวมู่ตงพูดอึกอักใบหูของชายหนุ่มขึ้นสีแดง “ท่านจับให้ดี ๆ ข้าจะปล่อยมือแล้วนะ” เด็กสาวพูดพร้อมกับถอยออกมาโดยไม่ได้สังเกตท่าทีของเขา
การกระทำเล็ก ๆ ของคนทั้งสองหาได้ทำให้ผู้คนสนใจเนื่องจากพวกเขาและเทียนชุนเยว่หลงลิ่วต่างพากันตื่นตะลึงกับภาพหัวเสือโคร่งตัวใหญ่อีกทั้งยังส่งเสียงร้องคำรามและขยับปากได้
“ฮ่า ๆ เจ้าแก่ เห็นคนพวกนี้หรือไม่ พวกเขาต่างโดนศิษย์รักของเราตบหน้าไปเต็ม ๆ” ฉู่เกอยกจอกสุราในมือกระดกเข้าปากพลางพูดเสียงกลั้วหัวเราะอย่างสะใจ ซึ่งซุยเจิ้นเผิงเองก็รู้สึกดีไม่แพ้กัน
“ใต้เท้าอู๋ ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ท่านหมออันเป็นเซียนจะเป็นจริงหรอกหรือหาไม่เหตุใดภาพที่นางวาดถึงได้ดูสมจริง อีกทั้งยังขยับและมีเสียงร้องของเสือออกมาได้” ขุนนางที่เป็นพวกเดียวกับเจ้าของชื่อพูดเสียงสั่น388
“ข้าว่านางคงจะแสดงปาหี่นั่นแหละข้าไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลแบบนี้หรอก” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นอย่าดื้อดึง “ถ้าอย่างนั้นท่านก็เอาไปดูเองก็แล้วกัน” เหลียนเซียวมู่ตงส่งภาพวาดให้กับคนผู้นี้ (พวกเจ้าบังอาจมากกล้ามานินทาคนของข้าในระยะเผาขนรอก่อนเถอะ ว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร) ชายหนุ่มคิดอย่างโมโห
ทว่า…
โฮก! ยังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะเอื้อมมือไปรับภาพวาด เสียงคำรามของเสือในภาพพร้อมกับปากของมันที่คล้ายจะพุ่งตรงมาหานั้น ทำให้เขาถึงกับเข่าอ่อนยวบหากไม่มีคนของต