ยเดียวกับถูเว่ยเป็นผู้ตอบ
เทียนชุนเยว่หลงลิ่วคิ้วขมวดเข้าหากันพยายามนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับขุนนางผู้นี้ ที่ฟังดูคุ้นหู
“กราบทูลฝ่าบาท ใต้เท้าถูคนนี้เป็นบุตรเขยของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะและเขายังเป็นหัวหน้าคณะหมอที่ไปรักษา333
คนในเมืองตงชิงด้วย” ขุนนางชราที่เป็นผู้คัดค้านเรื่องการแต่งตั้งหนิงอันพูดขึ้นทำให้เทียนชุนเย่วหลงลิ่วเลิกคิ้วมองเขาคล้ายคาดเดาเรื่องบางอย่างได้ลาง ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าบุตรเขยคนนี้ของท่านเป็นผู้นำเรื่องของหยูหนิงอันมาบอกกล่าวให้ท่านฟังใช่หรือไม่”นํ้าเสียงของเขาฟังดูเยือกเย็นจนทำให้คนฟังขนหัวลุก
“กราบทูลฝ่าบาท ชะ…ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลังสิ้นคำตอบของตนชายวัยชราก็รู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่าง
“มู่ตงเจ้าเล่าสิ่งที่ใต้เท้าถูทำออกมาอย่างละเอียดหน่อยสิเพื่อว่าขุนนางที่รักของเราจะตาสว่างไม่ฝ้าฟางมากไปกว่านี้เพราะเชื่อคำลวงของบุตรเขย” คำพูดนี้ของเทียนชุนเยว่หลงลิ่วเรียกได้ว่าไม่มีขุนนางคนใดไม่สนใจ ดังนั้นพวกเขาจึงได้ลืมผู้ที่หมดสติไปจนหมดสิ้น
“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” เหลียนเซียวมู่ตงยกมุมปากขึ้นสูงในขณะกล่าว
จากนั้นชายหนุ่มจึงได้เอ่ยเข้าเรื่องทันที “เรื่องนี้ต้องย้อนความไปในตอนที่ท่านหมอหยูหนิงอันได้รับขนานนามว่าหมอ334
เซียนในตอนนั้นด้วยความที่เจ้าตัวเป็นหญิงอีกทั้งผู้คนยังเลื่อมใสไม่แปลกที่จะทำให้มีผู้ริษยาโดยเฉพาะผู้ที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับอาจารย์ของนาง ห