จัดตั๊กแตน กล่าวเตือนผู้คนเรื่องภัยแล้งและโรคระบาด กระนั้นแต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่โง่เขลายึดมั่นถือมั่นไม่ฟังคำเตือนจนเกิดเรื่องร้ายและก็ยังคงเป็นนางที่บริจาคข้าวและธัญพืชมากมายให้ราษฎรของเรามากกว่าพวกเจ้าทุกคนที่เอาแต่หวาดกลัวและเห็นแก่ตัวที่นั่งกันอยู่ ณ ที่นี้และที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือนางนี่แหละที่เป็นบุคคลสำคัญที่ทำการรักษาโรคและควบคุมโรคได้ ไหนมีใครอยากจะคัดค้านเราไม่ให้มอบตำแหน่งอันเหมาะสมให้กับนางอีกหรือไม่” จบคำพูดประโยคนี้ของผู้เป็นใหญ่ขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงต่างพากันเงียบด้วยความคาดไม่ถึง
เหลียนเซียวมู่ตงมองหน้าขุนนางทีละคนสีหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ “พวกเจ้าแค่คิดว่าตนได้เป็นขุนนางเพราะสอบ332
เข้ามาได้จึงถือว่ามีความสามารถเหนือผู้อื่นแล้วอย่างนั้นหรือช่างเป็นกบในกะลาโดยแท้”
คำพูดนี้ของชายหนุ่มรุ่นลูกรุ่นหลานทำให้ขุนนางหลายคนพากันก้มหน้าอย่างรู้สึกละอายใจ
กระนั้นด้วยความหัวดื้อของคนผู้หนึ่งเขาจึงได้เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัดเช่นนี้
“ฝ่าบาทหากเด็กคนนั้นเป็นผู้มีความสามารถจริงดั่งที่พระองค์ว่าจริงแล้วหะ…เหตุใดบุตรเขยของกระหม่อมถึงพูดตรงข้ามกับที่พระองค์กล่าวออกมา” คำกล่าวนี้ของพ่อตาทำใหถูเว่ยตาเหลือกค้างสลบลงไปกับพื้นในทันที เสียงดังเอะอะได้เรียกความสนใจให้เทียนชุนเยว่หลงลิ่วมองไปทางคนผู้นั้น “เกิดอะไรขึ้น”
“กราบทูลฝ่าบาทใต้เท้าถูเป็นลมพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางชายวั