็กหญิงที่กำลังนำตั๊กแตนย่างใส่จานของกุยเฮยรวมถึงหมาป่าอีกสี่ตัวรวมเจ้าตัวเล็กซินซิน
“สุรามัลเบอร์รี่เจ้าค่ะ พอดีข้าไปเจอต้นของมันในป่าก็เลยเก็บมาหมักสุรารวมถึงยังทำแยมเอาไว้กินคู่กับหมั่นโถวด้วยเอาไว้วันพรุ่งตอนเช้าข้าจะนำมาให้ท่านลอง แต่ตอนนี้ขอเชิญท่านกินตั๊กแตน ที่มันนำความเดือดร้อนมาให้ผู้คนเสียก่อน” หนิงอันพูดพร้อมกับยกจานตั๊กแตนย่างมาวางตรงหน้าชายหนุ่ม251
“คนอื่นเขาเดือดร้อนเพราะมันไปทั่ว คงมีแต่เจ้านี่แหละที่คิดหาวิธีนำมันมาทำเป็นอาหาร” เหลียนเซียวมู่ตงกล่าวสัพยอกก่อนที่จะหยิบตั๊กแตนเข้าปาก ยิ่งเขากินเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกเพลิน
หนิงอันหยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ก็ในเมื่อมันกล้าบุกมา ข้าก็จับมากินก็สิ้นเรื่อง ว่าแต่ที่ท่านมานี่ไม่ใช่มีเรื่องอะไรมาให้ข้าช่วยหรอกใช่หรือไม่” คำถามของหนิงอันทำให้คนที่นั่งกินกันอย่างอร่อยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“ยังคงเป็นเจ้าที่ฉลาดเหมือนเคย เอาไว้วันพรุ่งเราค่อยคุยกันตอนนี้กินก่อนเถอะ” เหลียนเซียวมู่ตงพูดไปก็นำตั๊กแตนย่างเข้าปากเคี้ยวตามด้วยสุรารสดี
‘ข้าสังหรณ์ใจอยู่แล้วเจอหน้าเขาทีไร มีเรื่องเข้ามาตลอด’อันอันกล่าวกับเต่าตัวน้อยที่กำลังกินไม่หยุดปาก ‘ก็เหมือนกับเจ้าไม่ใช่หรือ’ คำตอบของเฮยเฮยทำให้หนิงอันเบื้อใบ้ไปทันที
เช้าวันต่อมาอากาศก็ยังคงร้อนเช่นเดิมทำให้หนิงอันผู้ไม่ค่อยชอบอากาศเช่นนี้ลืมตาตื่น ‘ร้อนชะมัด ไปชวนน้อง ๆ เล่นนํ้ากันดีไหมเฮยเฮย’ เต่าตัวน้อ