งนี้ก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อทั้ง ๆที่มันเป็นเรื่องปากท้องเหมือนกัน234
“อันอัน หมิงหมิงเจ้าสองคนไปล้างเนื้อล้างตัวมากินข้าวกันเถอะลูก แม่ให้คนเตรียมกับข้าวไว้รอแล้วอีกสักครู่บิดาของเจ้าก็คงจะกลับ” หยวนฟานบอกกับลูกน้อยทั้งสองด้วยความสงสารจับใจ
“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านเองก็เหนื่อยมากเหมือนกัน ท่านเองก็ควรจะไปจัดการตัวเองด้วยดีหรือไม่” หนิงอัน กอดแขนมารดากล่าวอย่างอ่อนหวาน
“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของแม่หรอก พวกเจ้ายังเล็กกันถึงเพียงนี้ยังทำงานหนักจะให้แม่อยู่เฉยได้อย่างไรดูอย่างย่าของเจ้าสิ นางเองก็หาได้อยู่เฉยตอนนี้ก็เพิ่งจะได้เข้าไปนอนพัก”
“ทุกคนต้องลำบากเพราะข้าแท้ ๆ หากข้าไม่ปลูกพืชไร่มากมายเช่นนี้พวกเราก็คงไม่ต้องเหนื่อย” หนิงอันพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด
“ลูกรัก เจ้าอย่าได้พูดเช่นนี้ หากเจ้าไม่ปลูกพืชไร่มากมายแบบนี้แล้วถ้าหากว่าเกิดภัยแล้งขึ้นจริง พวกเราจะอยู่กันได้ยังไงและที่สำคัญเรื่องปากท้องของคนในบ้าน ทุกคนก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”235
หนิงอันกำลังจะพูดขึ้น ทว่า…นํ้าเสียงของหยูเจียงก็ดังขึ้นเสียก่อน “พ่อ เห็นด้วยกับคำพูดของแม่เจ้า”
“ท่านพ่อ” สองพี่น้องเอ่ยทักทายบิดาออกมาพร้อมกัน“พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ เมื่อถึงเวลากินต้องกิน เวลานอนก็ควรนอน ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีแรง”
“เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านพ่อพูดถูกที่สุด”
หลังจากหนิงอันเดินกลับเข้าไปภายในห้องนอนของตนเจ้าตัวก็ยังไม่ได้ดับเทียนทว่ากลับลุกข