าพร้อมหน้าพร้อมตาอานไท่ก็เอ่ยเข้าประเด็นในเรื่องที่รู้มาจากอันอันทันที
“ตั๊กแตน! ข้าไม่ได้ยินชื่อของสัตว์ชนิดนี้มานานมากแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้นที่ข้ายังเป็นเด็ก” เฒ่าจง ผู้เป็นอาวุโสคนหนึ่งในหมู่บ้านย้อนรำลึกเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อน
“ท่านผู้เฒ่าเคยประสบปัญหาเช่นนั้นมาก่อนหรือขอรับ”อานไท่ถามกับชายชราวัยเกือบเก้าสิบ
“ใช่ ในตอนนั้นข้าจำได้ว่าสัตว์พวกนั้นพากันมากัดกินพืชผลในหมู่บ้านรวมถึงต้นไม้ใบหญ้าในป่าแบบไม่เหลืออะไรสัตว์ตัวเล็กที่ดูไม่น่าจะมีพิษสงทว่ายามเมื่อพวกมันอยู่กันเป็นฝูง233
ใหญ่ ทุกหนทุกแห่งที่พวกมันบินผ่านล้วนแต่ประสบกับความหายนะ”
“ถ้าอย่างนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีละขอรับ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ข้าจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาอันอันก่อนว่านางมีวิธีใดที่จะแก้ไขได้หรือไม่ แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเจ้าควรเร่งเก็บผลผลิตให้เร็วที่สุดตอนนี้มีเวลาไม่มากแล้วและอย่าลืมเก็บผลผลิตของตนให้มิดชิดที่สุดด้วย”
จบคำของอานไท่ชาวบ้านก็แยกย้ายกันไป บางคนก็ไปที่แปลงนา บางคนก็กลับไปบอกคนที่บ้านเพื่อบอกถึงเรื่องนี้
หลังจากที่ทุกคนในหมู่บ้านไหลชุนทราบเรื่องนี้ ก็ไม่มีใครอยู่เฉยและนิ่งดูดายหากใครเข้ามาภายในหมู่บ้านเวลานี้จะเห็นว่าไม่มีใครอยู่เฉยทั้งกลางวันและกลางคืน
เพราะคนในหมู่บ้านต่างเร่งรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนแข่งกับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกทีเช่นเดียวกับหลาย ๆ หมู่บ้านกระนั้นก็เหมือนกับครั้งก่อนซึ่งเรื่อ