่กอดกับอิงอิงแน่น
“ฮึก ๆ พวกเราไม่ลืมเจ้าสองคนหรอก ไม่ว่าจะกี่ปีพวกเราก็จะยังคงเป็นสหายกัน” อานจวินพูดขึ้นทั้งนํ้าตา
“เอาไว้สักวันหนึ่งข้าจะไปหาเจ้าสองคนที่เมืองหลวงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ถึงยังไงพวกเราก็ยังเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนกันอยู่เจ้าอย่าได้เสียใจจากกันวันนี้ยังไงซะวันหน้าก็จะต้องได้พบ” หมิงหมิงกอดชุนเทียนเอาไว้แน่นกล่าวทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“ขอรับ”
เช้าวันต่อมาเรือลำใหญ่ที่มีผู้โดยสารเป็นผู้สูงศักดิ์ก็เดินทางจากไปด้วยการอารักขาของอานเจิงกับยงฮ่าวที่ได้พักอยู่222
กับครอบครัวได้หลายเดือนแม้ว่าคนทั้งคู่จะไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านนักก็ตาม
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าจากเดือนเป็นปี จนกระทั่งหนิงอันอายุเข้าสิบสามปีตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น แม้จะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ถ้าหากเทียบกับปีก่อน ๆ จะเห็นได้ว่าฝนเริ่มทิ้งช่วงนานและตกน้อยลง
หนิงอันมองฟ้าก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ‘เฮยเฮยแม้ปีที่แล้วจะมีฝนตกกระนั้นก็ยังไม่อาจวางใจใช่หรือไม่ ข้าอยากให้ครั้งนี้เจ้าคิดผิดเสียเหลือเกิน’
‘ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วเรื่องของฟ้าลิขิตบางครั้งแม้ว่าเราจะรู้แต่ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงได้’
แต่สำหรับคนที่มีอคติ ไม่รู้เรื่องเพาะปลูกและดินฟ้าอากาศเมื่อเห็นว่าฝนตกก็พากันหัวเราะร่าด้วยความชอบใจรวมถึงยังคงกล่าวเยาะเย้ยถากถางผู้ที่เชื่อข่าวลือเสียอีก
“ไม่รู้ว่าฝ่าบาทคิดอะไร ข้าอย