กพุ่มไม้ข้างทาง
จงเซ่อตกใจจนยกขาหน้าทั้งสองข้างขึ้น อันอันจึงได้หมอบตัวลงไปกระซิบกับม้าของตนเบา ๆ “เจ้าจะแสดงดีเกินไปแล้ว ใจเย็นลงหน่อย”212
จงเซ่อจึงค่อย ๆ ทิ้งขาของตนลงแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หนิงอันเองก็แสร้งทำตัวสั่นราวลูกนกเช่นกัน “พะ…พวกเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร”
“เจ้าคือคุณหยูใช่หรือไม่” พวกมันไม่ตอบแต่กลับถามหนิงอันออกมาแทน “ชะ..ใช่ในเมื่อพวกเจ้ารู้แล้วก็หลีกทางเสีย”
คนทั้งหกส่งเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน “คงต้องขออภัยต่อเจ้าเสียแล้วเพราะมีคนจ้างพวกเรามาให้เชิญท่านไปพบ รบกวนท่านจงไปกับพวกเราด้วยและขอแนะนำว่าอย่าได้ขัดขืนหากไม่อยากเจ็บตัว”
หนิงอันจึงได้แสร้งแสดงต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะจับคนสั่งการให้ได้คาหนังคาเขานั่นเอง
หยูเจียงจึงได้แต่เป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทางของผู้เป็นบุตรมีหรือที่เจ้าตัวจะไม่รู้ว่าคนเป็นลูกคิดอะไร ดังนั้นเขาจึงได้กระซิบกับจือฉีและมู่เทา
โดยมียงเผยคอยสังเกตอยู่ด้วยเช่นกัน ส่วนจงเซ่อก็ทำเป็นยอมเดินตามพวกมันไปแต่โดยดีประหนึ่งม้าโง่ ๆ
“ลูกพี่งานนี้ช่างง่ายดายยิ่งนัก ค่าจ้างก็ดีจะมีงานใดสบายไปกว่านี้อีกทั้งม้ากับคนโง่พอ ๆ กันไม่มีผิด”213
“งานง่าย ๆ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ รีบพานางไปหาเถ้าแก่หมงเถอะ หากมีคนมาเจอจากเรื่องง่ายจะเป็นเรื่องยาก”
‘เฮยเฮย ข้าดูโง่จริงหรือ’ คำถามของคู่หูทำให้เต่าตัวน้อยผู้ซ่อนตัวอยู่ในอกเสื้อกลอกตาขาววนไปมา ‘เจ้าต้องการคำ