ล้วรู้สึกไม่สบายใจจึงได้รีบควบม้าและมาบอกเจ้านี่แหละ” คำที่อานหรานกล่าวนั้นไม่เกินเลย เพราะเจ้าตัวได้ยินมาอย่างนี้จริง
“เวรแล้ว ไหนพี่ชายมู่ตงบอกว่าจะดูแลคนของตนให้ปิดเรื่องนี้ให้สนิทไม่ใช่หรือเหตุใดเขาจากไปเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือจึง164
ได้ปรากฏออกมาได้ ท่านลุงใหญ่ถ้าเป็นตามที่ท่านว่าช่วงนี้คอยดูแลหมู่บ้านให้ดีนะเจ้าคะข้าคิดว่าน่าจะมีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าออกหมู่บ้านกันเป็นแน่เอาไว้ข้าจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับท่านพ่อก่อนว่าควรจะทำอย่างไรดี” หนิงอันรำพึงก่อนที่จะกล่าวออกมาเสียงเครียด
ยามเย็นภายในวันเดียวกัน หยูเจียงเดินกลับเข้ามาภายในบ้านด้วยสภาพใบหน้าไม่สู้ดี
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากวันนี้ทั้งวันมีคนเข้ามาขอพบเขารวมถึงยังส่งของขวัญมาให้มากมาย
แม้จะปฏิเสธไม่รับ คนเหล่านั้นก็ยังไม่จากไปยังคงตื้อที่จะถามเขาถึงเรื่องไร้สาระ
(ข้าจะบอกได้อย่างไรว่าเซียนที่พวกเจ้าเข้าใจเป็นเพียงเต่าน้อยสหายของบุตรสาวข้า) ชายหนุ่มคิดอย่างไม่สบายใจ
“ท่านพ่อ! ท่านทราบเรื่องแล้วหรือเจ้าคะ ถึงได้มีสีหน้าเช่นนี้” คำถามของบุตรสาวที่ยกถาดนํ้าชามาให้ตนถามขึ้นอย่างรู้สึกผิด165
“ใช่แล้วล่ะ พ่อก็สงสัยอยู่ว่าเหตุใดผู้คนจึงได้มองพ่อสีหน้าแปลก ๆ มาได้สักพักที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง”
“เกิดเรื่องไม่ดีหรือเจ้าคะ” หยวนฟานที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาด้านในห้องโถงได้ยินคำพูดของสามีจึงได้ถามออกมาอย่างเป็นห่วง ทั้งพ่อและล