ี่อื่นจะทำยังไง อดใจรอสักหน่อยเถอะ’
ในขณะที่หนึ่งมนุษย์หนึ่งเต่าสนทนากัน เหลียนเซียวมู่ตงก็สังเกตใบหน้าของเด็กหญิงไปด้วยอย่างครุ่นคิด
“อันอันเจ้ามีเรื่องใดปิดบังข้าหรือไม่” ชายหนุ่มไม่ปล่อยผ่านจึงได้ถามขึ้นด้วยความกังขา
“พี่ชายหากเรือของพวกมันเกิดไฟไหม้จะมีปัญหาหรือไม่” หนิงอันไม่ตอบแต่ทว่าเจ้าตัวกลับถามออกมาแทน
“แทนที่เจ้าจะเผาข้าคิดว่าควรยึดเอาไว้เป็นสินไหมจะดีกว่านะ อย่างน้อยเรือยังนำมาทำประโยชน์ได้”141
หนิงอันกับกุยเฮยต่างเงียบเสียงของตนลง ‘ข้าไม่ผ่าเรือก็ได้แต่ข้าจะผ่าพวกมันแทน’ เต่าตัวน้อยยอมผ่อนปรน
‘เอาที่เจ้าสบายใจเถอะสหาย’
“ข้าฟังท่านเจ้าค่ะ”
“ถ้าเจ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
คล้อยหลังชายหนุ่มเดินจากไป หนิงอันจึงได้เดินกลับเข้าไปทางเรือนของตนบ้างเช่นกันและนางก็ต้องชะงักฝีเท้าลงกับที่เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายหญิงทั้งหก
“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดพวกเจ้ามองพี่สาวแบบนี้”
“ท่านพี่คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ท่านบอกพวกเราได้ไหม” หมิงหมิงเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยกมือกอดเอวของผู้เป็นพี่ถามเสียงอ่อน “เอ่อ..” หนิงอันมองซ้ายแลขวาพลางถอนหายใจ
“คืนนี้จะมีโจรเข้าปล้นหมู่บ้านเรา” จบประโยคนี้เด็กทั้งหกไม่เพียงไม่ตกใจทว่าพวกเขายังมีใจกระหายพร้อมจะสู้อีกต่างหาก142
“พี่สาวพวกเราจะไปจัดการกับพวกมัน” อานจวิ้นพูดขึ้นเสียงดัง “ไม่ได้ เพราะพวกเจ้ามีหน้าที่สำคัญรออยู่แล้ว” หนิงอันใช้สมองคิดหาว