้อย ๆ ก่อนที่จะถามถึงหลานชายหญิง “เด็ก ๆ ไปไหนละขอรับ”
“ไปบ้านหยูตั้งแต่เช้าแล้ว ข้าคิดว่าคงจะไปรับมื้อเช้ากันที่นั่น เจ้าไม่รู้อะไรตั้งแต่ที่เทียนเอ๋อกับหงเอ๋ออยู่ที่นี่พวกเขาสองพี่น้องก็มักทำตัวติดสองพี่น้องหยูยิ่งกว่าแม่อย่างข้าเสียอีก” หญิงงามพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มยามเมื่อนึกถึงลูกน้อยทั้งสองคน
“ท่านรู้สึกเหงาหรือขอรับที่พวกเขาไม่อยู่ก่อกวน” ผู้เป็นน้องชายกล่าวสัพยอก
“เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้ารู้สึกดีใจมากกว่าที่พวกเขาทั้งสองได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ อย่างหนิงอันตอนนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลานทั้งคู่ของเจ้านั้นมีการค้าเป็นของตนด้วยนะและอีกไม่นานร้านเครื่องหอมที่พวกเขาเป็นหุ้นส่วนก็จะเปิดทำการข้ายังคิดจะสนับสนุนให้ไปเปิดเมืองหลวงด้วยเลยหากจะให้เปิดอยู่แค่ในเมืองแห่งนี้ช่างเป็นเรื่องน่าเสียดาย”123
เหลียนเซียวมู่ตงพยักหน้าเห็นด้วย “ท่านได้พูดความคิดนี้ให้อันอันฟังหรือยังขอรับ ไม่แน่ว่านางอาจจะเห็นด้วย”
“ยังนะสิ ช่วงนี้ข้าเห็นนางมัวแต่ยุ่ง ๆ หลายอย่าง ก็เลยคิดว่าเอาไว้ค่อยลองปรึกษากับนางดูหลังจากร้านเครื่องหอมเปิดตัว”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน” ผู้ฟังไม่กล่าวค้านอีกทั้งยังสนับสนุนผู้เป็นพี่สาวอีกด้วย
ภายในหมู่บ้านไหลชุนในช่วงนี้แม้อากาศจะเย็นแต่ก็ไม่ได้มีหิมะตกเหมือนกับปีที่แล้วซึ่งเด็กหลายคนต่างพากันเสียดายที่จะไม่ได้เล่นปาหิมะ
กระนั้นสำหรับผู้ใหญ่กลับตรงกันข้ามเนื่องจากพวกเขาค่อนข้างส