น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน
คล้อยหลังเด็กหญิงตัวน้อยจากไปการสนทนากับคนในครอบครัวหยูก็เป็นไปอีกเล็กน้อยเพียงแค่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบกันตามประสา
เนื่องจากหยวนฟานต้องการไปช่วยลูกสาวของตน ส่วนหมิงหมิงและเด็กชายหญิงสูงศักดิ์อีกสองคนก็ไปทำงานของตนต่อเช่นกัน
หยูเจียงจึงได้ชวนชายหนุ่มผู้เปรียบเป็นเจ้านายของตนเนื่องจากเขาได้รับพระราชทานจากฝ่าบาทให้เมืองซานไห่รวมถึงเมืองโดยรอบเป็นเขตปกครอง
“พวกเราไปสนทนากันในห้องตำราเถอะ”
“ก็ดีขอรับ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่อยากให้คนรู้มาก หากว่าเป็นข่าวลวงก็ดีไป แต่ถ้าหากเป็นข่าวจริงข้าเกรงว่าจะมีผลร้ายมากกว่าดี” ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเครียดเช่นเดียวกับใบหน้า108
ด้านหนิงอันเมื่อเดินออกจากห้องโถงมาแล้ว นางเงยหน้ามองพระอาทิตย์คิดว่ายังพอมีเวลาที่จะไปหาของทะเลเพิ่มดังนั้นเจ้าตัวจึงได้พูดกับคู่หูตัวน้อยที่นอนแปะผึ่งลมหนาวอยู่บนศีรษะ
‘เฮยเฮย พวกเราไปหาอาหารทะเลเพิ่มกันดีหรือไม่’ เต่าตัวน้อยทำคอชูชันอ้าปากหาวก่อนตอบออกมาอย่างเกียจคร้านกระนั้นก็ยังคงตามใจคู่หูของตน
‘ไปก็ไปแต่เจ้า…’ ‘ห้ามลืมของอร่อยให้ข้า’ เป็นอันอันพูดขึ้นมาอย่างรู้ใจว่าเต่าตัวเล็กต้องการสิ่งใด
‘รู้ก็ดีแล้ว’ เมื่อคู่หูตัวเล็กไม่มีปัญหา หนิงอันจึงได้เป่าปากของตนเป็นเสียงสั้นยาวหนึ่งครั้ง
จากนั้นร่างของสุนัขป่าสีดำตัวใหญ่ก็วิ่งลิ้นห้อยจนนํ้าลายหยดลงพื้นออกมาจากทางด้านหลังเรือน ดวงตาเปล่งประกายอย่างดีใจ
“เจ้าห้า