ของผู้เป็นพี่ได้เรียกขวัญและกำลังใจให้น้องชายกลับมารู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง
‘อันอันเจ้าพูดได้ดี’ กุยเฮยกล่าวชม
‘ของมันแน่อยู่เลย’ เด็กหญิงก็ไม่แคล้วอวยตัวเองออกมา
หยูเจียงมองบุตรทั้งสองของตนด้วยความชื่นชมเนื่องจากพวกเขายังอายุน้อยแต่กลับมีกิจการเป็นของตนโดยที่ผู้เป็นพ่ออย่างเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยด้วยซํ้า
“พวกเจ้าจะไปไหนกันต่ออย่างนั้นหรือ” หยูเจียงถามขึ้นกับเด็กทั้งเจ็ดคนที่ยืนมองร้านค้าที่ตนเป็นหุ้นส่วนด้วยรอยยิ้ม
“ข้าอยากไปท่าเรือเจ้าค่ะ/ขอรับ” หนิงอันกับชุนเทียนพูดขึ้นพร้อมกัน เนื่องจากคนทั้งสองต้องการไปดูกิจการของตน
“ได้สิ” จบคำของหยูเจียง ผู้ติดตามของชุนเทียนสองคนกับย่วนเฉาก็จากไปเพื่อไปนำรถม้าที่ฝากไว้มารับคนทั้งหมด
การเดินทางโดยรถม้าไปยังท่าเรือใช้เวลาไม่นานนักอีกทั้งถนนหนทางยังถูกแก้ไขให้เรียบไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ84
โดยรวมแล้ว ณ ตอนนี้สถานที่แห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงมีร้านค้าเกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งยังมีคนขายอาหารกันมากขึ้น
ผู้คนจากต่างเมืองก็เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน “ที่นี่ไม่เงียบเหงาอีกแล้วนะเจ้าคะ” หนิงอันพูดในขณะที่เท้าของตนเดินไปยังร้านหม้อไฟฮวาเจียวที่เจ้าตัวคิดจะเปิดก่อนวันเทศกาลจงชิวเจ็ดวัน
“ใช่แล้วล่ะ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าได้จัดสถานที่ท่องเที่ยวทางชายหาดก็มักมีผู้คนเดินทางเข้ามาเป็นอย่างมาก แม้ว่าช่วงนี้อากาศจะเย็นลงแล้วก็ตาม” หยูเจียงเป็นผู้ตอบคำถามของบุตรสาว