ย่างช้า ๆ จนกว่าสบู่จะข้นและจับตัวกันเป็นก้อนเห็นหรือไม่ว่าทุกอย่างจะต้องใช้ความอดทน” หมิงหมิงยกชายเสื้อซับเหงื่อบนหน้าผากพยักหน้าให้กับคำพูดของพี่สาว
หนิงอันมองใบหน้าแดงของน้องชายก็รู้สึกว่าเจ้าตัวมีความมุ่งมั่นจริงตามที่พูดเอาไว้ ‘น้องของเจ้าเอาจริงทีเดียว’ กุยเฮยพูดขึ้น ‘อืม หากเขาตั้งใจจริงค่อยรับคนงานในภายหลังกิจการส่วนนี้ข้าจะยกให้เขาเป็นคนดูแล’
เด็กชายกวนสบู่ไปจนถึงสองชั่วยามแม้จะสลับกับมู่ตานก็ตาม ทว่า… แขนเล็ก ๆ ของเจ้าตัวก็ยังรู้สึกเมื่อยโชคดีที่เขาหมั่นออกกำลังกายไม่อยากนั้นคงจะแย่ยิ่งกว่านี้
“เอาล่ะคราวนี้เราก็มาถึงขั้นตอนการเทลงในพิมพ์ พวกเจ้าถอยออกมาก่อน พี่มู่ตานระวังนะเจ้าคะมันร้อน” หนิงอันพูดขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวเตือนเด็กน้อยทั้งหกรวมถึงผู้ติดตามของตน
หลังจากมู่ตานเทสบู่ลงในพิมพ์แล้ว หนิงอันก็พูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของเด็กชายหญิงที่มองสบู่ในพิมพ์ตาไม่กะพริบ47
“เราต้องรอให้มันเย็นจนสบู่แข็งตัวก่อน วันนี้คงไม่ทันทุกคนแยกย้ายกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ/ขอรับ” เด็กชายหญิงรับคำเสียงอ่อยอย่างเสียดาย
“เช้าวันพรุ่งพวกเจ้าค่อยมาดูหลังจากตัดแบ่งกันแล้วพวกเจ้าจะได้สบู่หอม ๆ จากกลิ่นของดอกไปนำไปอวดคนที่บ้านดีหรือไม่” หนิงอันกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูเด็กทั้งหกคน
“ดีเจ้าค่ะ/ขอรับ”
กุยเฮยรู้สึกสงสัยในการกระทำของคู่พันธะเนื่องจากหากเจ้าตัวทำเองคงจะเสร็จไปนานแล้ว
แล