ือนกันสำหรับช่วงบ่ายนั้นจะได้ค่าแรงหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะซึ่งทุกหนึ่งเดือนจะเปลี่ยนกันหนึ่งครั้งดังนั้นทุกคนไม่ต้องกลัวว่าจะได้ค่าแรงไม่เท่ากัน”3
“เหตุใดถึงให้ค่าแรงช่วงบ่ายมากกว่าอย่างนั้นหรือ” หนึ่งในคนงานถามขึ้นด้วยความสงสัยระคนใคร่รู้
“เพราะว่าช่วงบ่ายต้องทำงานลำบากกว่าช่วงเช้าเนื่องจากความมืดมีเพียงแสงตะเกียงไหนจะต้องทนกับอาการหนาวด้วยแม้ช่วงนี้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิกระนั้นอากาศก็ยังคงเย็นอยู่”
คำอธิบายของหนิงอันทำให้ไม่มีใครคิดค้านอีกเพราะการทำงานท่ามกลางความมืดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ
“พวกเราเข้าใจแล้ว” คนทั้งหมดตอบรับพร้อมกัน
สองเดือนต่อมาแตงโมภายในแปลงของหนิงอันก็สุกพร้อมขายซึ่งค่อนข้างเร็วกว่าที่อื่นเป็นอย่างมาก
แขกจากเมืองหลวงเมื่อได้เห็นผลไม้หายากราคาแพงที่มีเฉพาะต่างเมืองพวกเขาจึงได้พากันตกตะลึงตาค้างกันอีกรอบหากไม่นับรวมในเรื่องตั้งแต่เจอครอบครัวหมีดำ ฝูงหมาป่า ฝูงผึ้งฝูงงูพิษแล้วล่ะนะ4
ต้องบอกว่าพวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรได้อีกกับเด็กหญิงตรงหน้าผู้ที่มีความสามารถเหนือผู้อื่นคนนี้
“เสี่ยวอันข้าสามารถนำแตงโมไปขายในเมืองหลวงได้หรือไม่” หนิงอันมองหน้าคนถาม “ท่านจะออกหน้าเองอย่างนั้นหรือ” เด็กหญิงย้อนถามอย่างกังขา
เทียนชุนเยว่หลงลิ่วส่งยิ้มบางออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่ใช่ข้าแต่เป็นร้านค้าของน้องภรรยาของข้าต่างหาก” จบคำของเจ้าตัวหนิงอันก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “อ๋อเป็นเช่นนั้นท่านเป็นหุ้